Privacy Notice

นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

 

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565

บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำประกาศฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ของท่านตามกฎหมาย


ประกาศฉบับนี้ใช้กับใครบ้าง

 

ประกาศฉบับนี้ใช้สำหรับท่านที่เป็นบุคคลธรรมดาที่เรามีความสัมพันธ์หรือติดต่อกัน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมและไม่ว่าผ่านช่องทางใด เช่น ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ผู้รับบริการ บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลหรือพันธมิตรทางธุรกิจของเรา หรือบุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของเรา รวมถึงกรณีที่บิดามารดา ผู้ปกครอง คู่สมรส บุตร ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือบุคคลอื่นที่กระทำการแทนท่าน เป็นต้น


ช่องทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

 

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้เราโดยตรง จากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ติดต่อ เยี่ยมชม เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของเรา เช่น โรงพยาบาล เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แอคเคาท์สื่อสังคมออนไลน์ อีเมล โทรศัพท์ กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด สัมนา เป็นต้น

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น บริษัทในเครือ หน่วยงานภาครัฐ สถานพยาบาลอื่น บริษัทประกันภัย ผู้ให้บริการทางการเงินและผู้ให้บริการอื่น พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการของพันธมิตรทางธุรกิจ บุคคลที่มาทำธุรกรรมกับเรา หรือบุคคลภายนอกอื่นใด (เช่น ผู้ที่แนะนำลูกค้า สมาชิกในครอบครัวหรือผู้แทนของท่าน หรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับมอบอำนาจจากท่าน) เป็นต้น

 

ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่เราเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จะขึ้นอยู่กับขอบเขตของการให้บริการ ประเภทผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้หรือสนใจ หรือบริบทอื่น ๆ ที่ท่านมีความสัมพันธ์หรือติดต่อกับเรา

  • ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อสกุล รูปถ่าย เพศ วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประจำตัวประชาชน ลายมือชื่อ เป็นต้น
  • ข้อมูลในการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล
  • ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่เราได้รับจากท่าน เช่น บิดามารดา คู่สมรส บุตร
  • ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ของท่าน เช่น ตำแหน่งจีพีเอสของท่าน หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address)
  • ข้อมูลการเข้าใช้ และการขอใช้บริการ เช่น ข้อมูลการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันของเรา
  • ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวิถาพข้อมูลการรักษาพยาบาล ผลตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัยโรค ประวัติข้อมูลการแพ้ยา และประวัติผลข้างเคียงจากยา ประวัติข้อมูลการแพ้อาหาร และประวัติผลข้างเคียงจากอาหาร ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) ศาสนา เชื้อชาติ เป็นต้น
  • ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรม เช่น เลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เป็นต้น
  • ข้อมูลที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เช่น ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด
  • ข้อมูลการวิจัยตลาด ข้อมูลการตลาดและยอดขาย เช่น ข้อแนะนำหรือความคิดเห็นของท่าน


เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อะไรและอาศัยฐานทางกฎหมายอะไรบ้าง

 

เราจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามฐานในการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายอนุญาต โดยฐานในการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะพิจารณาจากประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ และลักษณะความจำเป็นในการประมวลข้อมูลส่วนบุคคล เป็นรายกรณี ๆ ไป ดังนี้

(1) เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา เช่น การลงทะเบียนผู้ป่วย การพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การนัดหมายแพทย์และแจ้งเตือนการนัดหมาย การให้คำปรึกษาแนะนำข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ การให้บริการทางการแพทย์ การดำเนินการตามขั้นตอนในการเรียกเก็บเงินและรับชำระเงิน การจัดการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของผู้รับบริการ การตรวจสอบคุณสมบัติและสถานะของคู่สัญญา เป็นต้น

(2) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวต้องไม่มีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การสำรวจและประเมินความพึงพอใจภายหลังใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ การใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) การดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น

(3) เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เช่น การเรียกร้องทวงถามค่าบริการค้างชำระ เป็นต้น

(4) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

(5) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียกพยาน หรือคำสั่งศาล หรือการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ในเรื่องดังต่อไปนี้

  • เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์
  • ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์
  • การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
  • การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
  • ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(6) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

(7) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ

(8) ฐานความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกรณีที่ไม่มีฐานทางกฎหมายอื่นใดให้เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ซึ่งเราอาจขอความยินยอมจากท่านโดยตรงหรือผ่านพันธมิตรทางธุรกิจหรือนิติบุคคลอื่น เช่น การส่งเสริมการขาย หรือการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงแจ้งข้อเสนอสุดพิเศษ เป็นต้น


ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

 

ในส่วนของข้อมูลเวชระเบียน เราจะจัดเก็บข้อมูลของท่านไว้ในระบบของโรงพยาบาลเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่โรงพยาบาลได้จัดทำหรือแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารที่มีข้อมูลดังกล่าว อันเป็นระยะเวลาที่พึงคาดหมายว่าจะใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยและติดตามอาการหลังได้รับการรักษา หรืออาจมากกว่าระยะเวลาดังกล่าวในกรณีที่โรงพยาบาลยังสามารถประมวลผลข้อมูลดังกล่าวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

ในส่วนของข้อมูลประเภทอื่น เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้า หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับเรา หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ เมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับเราแล้ว เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้

เมื่อหมดความจำเป็นหรือพ้นระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว เราจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่อไป


บุคคลใดบ้างที่เราจะเปิดเผยข้อมูลของท่าน และเหตุผลของการเปิดเผยข้อมูล

 

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นเท่าที่จำเป็นภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลอาจอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากผู้รับข้อมูลอยู่ต่างประเทศ จะต้องเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอและเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนด เช่น

  • โรงพยาบาลและบริษัทในเครือข่าย พันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้าอื่น ๆ เพื่อการให้บริการทางการแพทย์หรืออำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่านได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • ผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่เราใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนเรา หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการให้ผลิตภัณฑ์หรือ บริการของเราแก่ท่าน เช่น ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโลจิสติกส์ หรือผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลกิจกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์ เช่น Google
  • ธนาคาร และผู้ให้บริการช่องทางการชำระเงิน เช่น บริษัทบัตรเครดิต หรือเดบิต
  • ที่ปรึกษาวิชาชีพ เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ
  • หน่วยงานราชการ หน่วยงานผู้มีอำนาจกำกับดูแล หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ศาล หรือหน่วยงานอื่นใดในทำนองเดียวกัน
  • ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรหรือหน่วยธุรกิจ เราอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่นักลงทุนหรือผู้รับโอนกิจการ
  • นอกจากนี้ เราอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลที่ท่านอนุญาต โดยเราจะเปิดเผยข้อมูลเพียงเท่าที่ท่านได้อนุญาตไว้เท่านั้น เช่น บริษัทประกันภัยและผู้ให้บริการของบริษัทประกันภัย เพื่อให้ท่านได้รับความสะดวกในการเคลมประกัน หรือนายจ้างของท่านเพื่อประโยชน์ในการจ้างงานหรือรับสิทธิประโยชน์ตามสวัสดิการจ้างงาน หรือบุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจจากท่าน


เราจัดการข้อมูลส่วนตัวของท่านอย่างไร

 

เรามีนโยบายและมาตรฐานการคุ้มครองรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งมาตรการทางเทคนิค มาตรการทางบริหารจัดการ และมาตรการป้องกันทางกายภาพ เพื่อป้องกันการเข้าถึง เก็บรวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจ

ในการให้บริการทางการแพทย์บางประเภท ภายใต้เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของสมิติเวช เราอาจจะจัดเก็บข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากท่านที่เกี่ยวข้องกับบริการดังกล่าว กับนิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งเราได้เข้าทำสัญญากับนิติบุคคลดังกล่าว ด้วยความระมัดระวังและพิจารณาถึงระบบรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลของท่านอย่างเต็มความสามารถแล้ว

นอกจากนี้ เราได้จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของท่านไว้เฉพาะบุคลากร หรือพนักงานของเราที่มีความจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลของท่าน เพื่อการให้บริการทางการแพทย์หรือบริการอำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่าน เพื่อให้ท่านได้รับบริการทางการแพทย์และบริการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อย่างเหมาะสมและดีที่สุดจากกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช


การใช้งานคุกกี้หรือเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน

 

เราอาจเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน เมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจดจำการใช้งานและความชื่นชอบของท่าน รวมถึงการวิเคราะห์ความสนใจของท่านเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของเราให้ตอบสนองต่อความต้องการใช้งานของท่าน ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นจากการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของเรา ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก “นโยบายการใช้คุกกี้


ท่านมีสิทธิอะไรบ้างเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 

ท่านมีสิทธิร้องขอให้เราดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบและเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งในบางกรณีเรามีสิทธิที่จะปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

(1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้เราทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้เราเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อเราให้แก่ท่านได้

(2) สิทธิในการขอรับ ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เก็บไว้ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งการส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังองค์กรอื่น ตามที่กฎหมายกำหนด

 

(3) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่เราดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงหรือการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ ตามที่กฎหมายกำหนด

(4) สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ตามเหตุที่กฎหมายกำหนด

(5) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามเหตุที่กฎหมายกำหนด

(6) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

(7) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับเรา ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับเรา

(8) สิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากมีการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ ท่านรับทราบว่าการระงับหรือยกเลิกการให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน หรือขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลของท่านนั้น อาจส่งผลทำให้ท่านไม่สามารถใช้งานคุณสมบัติหรือคุณลักษณะบางส่วนของบริการ หรืออาจทำให้ท่านไม่ได้รับความสะดวกในการรับบริการทางการแพทย์และการบริการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ และการถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว


ช่องทางการติดต่อ

 

ท่านสามารถติดต่อสอบถาม ร้องเรียน หรือยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นตามประกาศฉบับนี้ได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านล่างนี้
บริษัท สมวรรธน์ เฮลท์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
488 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม 10250
เบอร์โทรศัพท์ Call Center : 02-038-5505
อีเมล service@skinx.app


การเปลี่ยนแปลงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

เราอาจทบทวนและเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการและการดำเนินงานของเรา หรือเป็นไปตามข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากท่าน หรือเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เราจะแจ้งให้ท่านทราบที่หน้าเว็ปไซต์หรือโดยวิธีการอื่นตามสมควร การที่ท่านใช้บริการของเราต่อไปภายหลังที่ได้มีการแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ถือว่าท่านยอมรับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

 

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ เรายังคงมีสิทธิในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้เราเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งยกเลิกความยินยอมได้โดยติดต่อขอใช้สิทธิตามช่องทางที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า