SkinX

GET-On the App Store

SkinX Team

4 พฤศจิกายน 2565

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ฟิลเลอร์แบรนด์ใหม่จากเกาหลี ปลอดภัยแค่ไหน?

ฟิลเลอร์ eptq

ฟิลเลอร์ e.p.t.q เป็น ฟิลเลอร์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและราคาถูกมากเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ชื่อดังยี่ห้ออื่นๆ ในตลาด บทความนี้ SkinX จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ e.p.t.q ว่าคืออะไร ปลอดภัยแแค่ไหน มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไรบ้าง?

 

SkinX แอปพลิเคชันปรึกษาปัญหาผิวและความสวยความงาม ให้คุณเลือกปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิว เพียงดาวน์โหลดก็ปรึกษาได้เลย พร้อมดีลหัตถการมากมายภายในแอปฯ

 

ดาวน์โหลดวันนี้ ปรึกษาแพทย์ครั้งแรกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย!

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. คืออะไร? มีจุดเด่นอย่างไร?

 

e.p.t.q. (Epitique) คือแบรนด์ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) จากประเทศเกาหลีใต้ เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ตั้งแต่ปี 2017 จำหน่ายสินค้าไปแล้วกว่า 2 ล้านกล่อง 

 

“e.p.t.q. มาจาก Efficiency, Potential, Technology, และ Quality Efficiency (ประสิทธิภาพ) - ฟิลเลอร์มีประสิทธิภาพสูง ความเข้มข้นของกรดไฮยาลูรอนิคอยู่ที่ 24 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรทุกรุ่น ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง Potential (ศักยภาพ) - สามารถผลิตฟิลเลอร์ที่มีสารพิษตกค้างในฟิลเลอร์ปริมาณน้อย Technology (เทคโนโลยี) - มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้ได้ฟิลเลอร์คุณภาพดี โมเลกุลละเอียด ยืดหยุ่น และยึดเกาะได้ดี Quality (คุณภาพ) - ควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานระดับสากล”

เนื้อผลิตภัณฑ์มีทั้งความหนืดและความยืดหยุ่น (Viscoelasticity) ทำให้เนื้อฟิลเลอร์คงรูปได้ดี ให้ผลการรักษาค่อนข้างเป็นธรรมชาติ โดยฟิลเลอร์ e.p.t.q จะมีเนื้อผลิตภัณฑ์ 3 แบบให้เลือกใช้ตามความลึกที่ต้องฉีด ซึ่งเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นแล้วความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จะค่อนข้างน้อย จึงอาจจะไม่เหมาะสำหรับใช้ฉีดในบางตำแหน่ง

ส่วนจุดที่ให้ e.p.t.q. โดดเด่นกว่าฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆในตลาด คือความปลอดภัยและราคาที่ถูก e.p.t.q. ควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐาน EP (European Pharmacopoeia) จึงรับรองว่าผลิตด้วยส่วนประกอบที่ปลอดภัย ให้ได้กรดไฮยาลูรอนิคที่บริสุทธิ์มาก ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดี ไม่มีสารเคมีตกค้าง มีแรงดัน Osmotic และค่า pH ที่เหมือนกับผิวหนังของมนุษย์ ทำให้เป็นฟิลเลอร์อีกยี่ห้อหนึ่งที่ปลอดภัยมาก

ในเรื่องของความปลอดภัยนั้นฟิลเลอร์ e.p.t.q. ให้ความสำคัญเรื่องค่า MoD อย่างมาก ซึ่งค่า MoD นี้จะบอกถึงอัตราส่วนของสารที่ชื่อว่า BDDE ที่มีอยู่ในฟิลเลอร์ ยิ่งค่า MoD ต่ำ ก็จะยิ่งมีสารเคมีดังกล่าวอยู่น้อย ซึ่งฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีค่า MoD อยู่ที่ประมาณ 1% เท่านั้น

แล้ว BDDE คืออะไร? BDDE (1,4-Butanediol diglycidyl ether) คือสารที่ทำให้ฟิลเลอร์เกิดพันธะ (Cross Linking) ยิ่งมีพันธะมาก ยิ่งคงรูปได้ดี ฟิลเลอร์สลายช้า ผลการรักษาอยู่ได้นานขึ้น รูปแบบของพันธะก็มีผลต่อความฟู ความหนืด และความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์เช่นกัน

ในฟิลเลอร์ที่ต้องเน้นการคงรูป ยิ่งมีพันธะเหล่านี้มาก ก็ยิ่งดี และถ้ายิ่งเติม BDDE มาก ก็จะยิ่งมีพันธะมาก แต่การเติมสาร BDDE ที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย อีกทั้งอาจจะมี BDDE ที่ไม่จับกับกรดไฮยาลูรอนิคอยู่มาก ทำให้มีสาร BDDE ตกค้างอยู่ในฟิลเลอร์ได้มากด้วย

เทคโนโลยีของ e.p.t.q. สามารถทำให้ฟิลเลอร์มีเนื้อที่คงรูปได้ดีโดยที่เติมสาร BDDE น้อย ค่า MoD ก็น้อยลงตามไปด้วย อีกทั้ง e.p.t.q. ยังมีเทคโนโลยีที่ทำให้ BDDE จับตัวกับไฮยาลูรอนิคได้ดี ทำให้เหลือสารตกค้างน้อย สามารถผลิตฟิลเลอร์เนื้อที่ค่อนข้างแข็งและแน่นได้โดยใช้ BDDE ในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ ทำให้ฟิลเลอร์จาก e.p.t.q. นั้นโดดเด่นเรื่องความปลอดภัยนั่นเอง

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีกี่รุ่น? อะไรบ้าง?

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นหลัก ได้แก่ e.p.t.q. S 100, e.p.t.q. S 300, และ e.p.t.q. S 500 ซึ่งจะแตกต่างกันที่เนื้อฟิลเลอร์ที่ฉีด ดังนี้

 

e.p.t.q. S 100

ฟิลเลอร์ eptq S 100

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น e.p.t.q. S 100 เป็นรุ่นที่เนื้อนิ่มที่สุดของ e.p.t.q. ภายในกล่องยาจะบรรจุฟิลเลอร์ 1 มิลลิลิตร จำนวน 1 เข็ม นิยมใช้ฉีดในผิวหนังชั้นตื้นๆ เพื่อปรับผิวให้เรียบ รอยเหี่ยวย่นลดลง สามารถเติมเต็มผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

เหมาะสำหรับฉีดเป็นฟิลเลอร์ใต้ตา หน้าขมับ และฟิลเลอร์ปาก ผลการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน โดยมีจะมีรุ่นย่อย 2 รุ่น คือรุ่นธรรมดา กับรุ่นที่มี Lidocaine 0.3% (e.p.t.q. Lidocaine S 100)

 

“Lidocaine เป็นยาชาชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมในฟิลเลอร์ เนื่องจากจะช่วยให้ขณะฉีดและหลังฉีดฟิลเลอร์รู้สึกเจ็บน้อยลง แต่ในขณะเดียวกัน Lidocaine ก็อาจจะก่อให้เกิดการแพ้ได้ ดังนั้นหลายบริษัทจึงต้องผลิตฟิลเลอร์ทั้งรุ่นที่มี และไม่มี Lidocaine นั่นเอง”

ทั้งนี้ฟิลเลอร์ e.p.t.q. S 100 ยังคงมีเนื้อที่ค่อนข้างหนา เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีเนื้อนิ่มเหมือนกัน ดังนั้นแพทย์จะไม่ค่อยแนะนำให้ฉีดหากมีผิวบาง อายุค่อนข้างมาก หรือในพื้นที่ผิวหนังจะรั้งขึ้นเมื่อแสดงอารมณ์ เช่นบริเวณใต้ตา เนื่องจากจะทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อน เป็นลำได้นั่นเอง

 

e.p.t.q. S 300

ฟิลเลอร์ eptq S 300

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น e.p.t.q. S 300 เป็นรุ่นที่มีเนื้อแน่นมากกว่ารุ่น S 100 ภายในกล่องจะมีฟิลเลอร์ 1 เข็ม ขนาด 1 มิลลิลิตร นิยมฉีดในผิวหนังชั้นกลางและชั้นลึก เนื้อไม่แข็ง แต่ก็ไม่ได้นิ่ม มีแรงยกมากขึ้น เหมาะกับการเปลี่ยนทรง เปลี่ยนรูปส่วนต่างๆของใบหน้า เช่นการฉีดหน้าผาก ฉีดเป็นฟิลเลอร์แก้ไขตาลึกโหล ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้ไขรูปปาก ขอบปาก โดยผลการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 8 เดือน

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น e.p.t.q. S 300 มี 2 รุ่นย่อยเช่นกัน คือรุ่นธรรมดา กับรุ่นที่มี Lidocaine 0.3% (e.p.t.q. Lidocaine S 300)

 

e.p.t.q. S 500

ฟิลเลอร์ eptq S 500

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น e.p.t.q. S 500 เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่เนื้อหนาแน่น และแข็งที่สุดของ e.p.t.q. ภายในกล่องจะมีฟิลเลอร์ 1 เข็ม ขนาด 1 มิลลิลิตร นิยมใช้ฉีดในผิวหนังชั้นลึก มีแรงยกมากที่สุด มักใช้ฉีดเสริมแทนที่กระดูกที่หายไปตามอายุจนทำให้ผิวหน้าหย่อนยาน โดยสามารถใช้ฉีดเป็นฟิลเลอร์กราม กรอบหน้า ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์จมูก ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ผลการรักษาจากการฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. S 500 สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน ซึ่งฟิลเลอร์รุ่นนี้จะมี 3 รุ่นย่อย คือรุ่นธรรมดา, รุ่นที่มี Lidocaine 0.3%, และรุ่นที่มีปริมาณมากกว่าปกติ (e.p.t.q. S 500 3.0 มิลลิลิตร มี 3 เข็มต่อกล่อง) เพื่อใช้ฉีดในผู้ที่อายุมาก มีผิวหนังที่เหี่ยวย่นมากจนต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณมากกว่าปกติ หรือใช้ฉีดเป็น Body Filler คือใช้ฉีดส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ที่ไม่ใช่ใบหน้า

 

“e.p.t.q. eve X เป็นฟิลเลอร์อีกรุ่นหนึ่งของ e.p.t.q. ที่เนื้อฟิลเลอร์จะเหมือนกับ e.p.t.q. S 500 แต่หลอดยาจะบรรจุฟิลเลอร์มากถึง 10 มิลลิลิตร เพื่อใช้เป็น Body Filler คือใช้ฉีดในส่วนอื่นๆที่ไม่ใช้ใบหน้า เช่นใช้ฉีดเพิ่มสะโพก เพิ่มก้น เพิ่มขนาดหน้าอก ปรับเอวให้โค้งสวย ในผู้ชายก็สามารถฉีดตกแต่งกล้ามเนื้อหน้าอกได้”

ฟิลเลอร์ eptq S 500 3.0 ml และ eve X 10 ml

 

ทั้งนี้ ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (อย.) ในรุ่น e.p.t.q. S 100, e.p.t.q. S 300, และ e.p.t.q. S 500 ทั้งแบบธรรมดาและแบบมี Lidocaine ส่วนรุ่นเสริมอื่นๆ อย่าง e.p.t.q. eve X ยังไม่ผ่านอย.ประเทศไทยในปัจจุบัน

 

บริเวณสามารถที่ฉีด e.p.t.q. ได้

บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. ได้ มีตั้งแต่ส่วนต่างๆของใบหน้า อย่างหน้าผาก ขมับ โหนกแก้ม แก้ม  ใต้ตาและรอบดวงตา จมูก ปาก คาง ไปจนถึงส่วนอื่นๆของร่างกายอย่างมือ หน้าอก สะโพก เอว และก้น

 

ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีข้อจำกัดในพื้นที่ที่ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่ค่อนข้างนิ่มเหลวกว่าปกติ เพื่อปรับผิวหนังด้านบนให้เรียนเนียนและเพิ่มความชุ่มชื้น เนื่องจาก ฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีเนื้อที่ค่อนข้างหนาเมื่อเทียบกับรุ่นที่มีเนื้อบางเบาของฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ จึงควรระวังเมื่อใช้ฉีดในบริเวณที่ผิวบางอย่างบริเวณใต้ตา ริมฝีปาก และร่องแก้ม ไม่ควรฉีดให้ตื้นจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อน เป็นลำ หรือทำให้ผลการรักษาออกมาไม่เป็นธรรมชาติด้วย

 

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละส่วน :

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ทำงานอย่างไร?

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. จะช่วยแก้ไข

 

  1. ผิวหนังหย่อนยานจากโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่เปลี่ยนไปตามอายุ

  2. ผิวหนังเหี่ยวย่นจากการสูญเสียคอลลาเจนและโครงสร้างผิวหนังที่เปลี่ยนไป

  3. ปรับรูปหน้าและเครื่องหน้าให้เป็นรูปแบบที่ต้องการ

 

ซึ่งการทำงานของฟิลเลอร์ e.p.t.q. ในการแก้ไขปัญหารอยย่นบนใบหน้าและผิวไม่เรียบเนียน แตกต่างกันไปตามสาเหตุ
หากกระดูกใบหน้าบางส่วนหายไปตามอายุ ไขมันที่เคยถูกดันอยู่ด้านบน จะย้อยลงด้านล่างและด้านหน้า ทำให้เกิดปัญหาร่องแก้ม มีถุงใต้ตา ตาลึกโหล การทำงานของฟิลเลอร์ e.p.t.q. จะไปแก้ไขในจุดนี้ โดยที่แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าที่ใต้ผิวหนังในชั้นลึก เพื่อให้ฟิลเลอร์ไปแทนที่กระดูกที่หายไปตามอายุ ฟิลเลอร์ที่มีแรงยกมากจะดันไขมันให้กลับเข้าที่เดิม แก้ปัญหาใบหน้าเหี่ยวย่นได้

 

หากผิวหนังเหี่ยวย่นจากการสูญเสียคอลลาเจนและโครงสร้างผิวหนังที่เปลี่ยนไปฟิลเลอร์สามารถไปเติมเต็มคอลลาเจน และเนื้อเยื่ออื่นๆ ที่สลายไปตามอายุ ทำให้ผิวหนังกลับมาเต่งตึง ทำให้รอยเหี่ยวย่นหายไป และเกิดใหม่ได้ยากขึ้น

ส่วนการปรับรูปหน้าและเครื่องหน้าให้เป็นรูปแบบที่ต้องการ แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. เข้าที่ใต้ผิวหนังในเนื้อเยื่อเฉพาะที่แพทย์กำหนดมาแล้ว ว่าจะทำให้เครื่องหน้าและใบหน้ามีรูปที่ต้องการได้ โดยที่ฟิลเลอร์ไม่ไหลเข้าสู่ผิวหนังส่วนอื่นๆ

 

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ eptq ดีไหม

1.แพทย์จะนัดพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์ ความต้องการของผู้เข้ารับการรักษา และผลการรักษาที่เป็นไปได้ จากนั้นจะเลือกว่าตำแหน่งที่ต้องการสามารถฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. ได้ไหม ต้องฉีดรุ่นอะไร และฉีดกี่มิลลิลิตร จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จากนั้นจึงจะนัดวันฉีดฟิลเลอร์

2.แจ้งประวัติการใช้ยา ปัญหาสุขภาพ และการตั้งครรภ์กับแพทย์โดยละเอียด เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับการรักษาเอง

3.สิ่งที่ควรทำก่อนฉีดฟิลเลอร์ 1 สัปดาห์

  • หยุดยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

  • หยุดยาแก้ปวดทั้งแอสไพริน และ NSAIDS

  • หยุดยาทาที่มีผลต่อการผลัดเซลล์ผิวในบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ และบริเวณโดยรอบ

4.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

 

ผลลัพธ์จากการฉีด e.p.t.q. เป็นอย่างไร

 

ผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. จะทำให้ได้ผลการรักษาที่เป็นธรรมชาติ แม้จะไม่ได้ดีเท่าฟิลเลอร์แบรนด์อื่นๆ ที่ราคาแพงกว่า แต่ผลการรักษาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะเคสการรักษาที่ฉีดฟิลเลอร์ในผิวหนังชั้นลึก นอกจากนี้ทางแบรนด์ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ยังมีข้อมูลบอกไว้ว่ายังไม่เคยพบเคสที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรง

อย่างไรก็ตาม อาการแทรกซ้อนจากฟิลเลอร์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือแพ้ฟิลเลอร์ หลังฉีดหากเกิดความผิดปกติขึ้นควรรีบแจ้งแพทย์ทันที เนื่องจากยิ่งพบแพทย์เร็ว อาการข้างเคียงก็จะยิ่งสามารถรักษาได้ง่าย

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. อยู่ได้นานแค่ไหน

 

ปกติแล้ว ร่างกายเราสามารถสลายกรดไฮยาลูรอนิคได้เป็นปกติ เนื่องจากในร่างกายเรามีกรดตัวดังกล่าวอยู่แล้ว ทั้งยังสร้างและเผาผลาญไปอยู่ตลอดเวลา ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิคที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย ก็จะเกิดกระบวนการดังกล่าวเช่นเดียวกัน

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน ก่อนร่างกายจะเผาผลาญจนสลายไป ซึ่งเป็นระยะเวลาโดยเฉลี่ยตามปกติของฟิลเลอร์หลายๆ แบรนด์ แต่หากเทียบกับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ ในรุ่นที่มีเนื้อฟิลเลอร์คล้ายกัน ฟิลเลอร์ e.p.t.q. จะสลายได้ไวกว่ายี่ห้ออื่นๆ เล็กน้อย

ทั้งนี้ ร่างกายของคนเรามีระบบเผาผลาญ (Metabolism) ที่ต่างกัน ยิ่งเป็นผู้ที่มีระบบเผาผลาญดี ฟิลเลอร์ก็จะยิ่งสลายได้เร็วขึ้น

นอกจากร่างกายแล้ว การขยับของกล้ามเนื้อ การถูกแสงแดดและความร้อน ก็มีผลต่อการย่อยสลายของฟิลเลอร์ทั้งสิ้น ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์จึงต้องระวังในเรื่องการถูกแสงแดด ความร้อน รวมถึงการทำเลเซอร์ เพื่อให้ฟิลเลอร์อยู่ใต้ผิวหนังได้นานขึ้น

เนื้อของฟิลเลอร์ที่ฉีดก็มีผลเช่นกัน ฟิลเลอร์เนื้อแน่นแข็งจะมีพันธะมาก การสลายตัวของฟิลเลอร์จึงใช้เวลามากกว่า เนื่องจากต้องใช้เวลาสลายพันธะที่นานกว่า ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น e.p.t.q. S 500 จึงเป็นรุ่นที่สลายได้ช้าที่สุด เพราะมีเนื้อแน่นที่สุดนั่นเอง

 

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์แล้วบวมแดง

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้

 

  • รู้สึกเจ็บ ปวด แสบ คัน ในช่วง 1 วันหลังฉีดฟิลเลอร์ หากหลังจากนี้ยังคงเจ็บอยู่มาก หรือมีอาการบวมแดงร้อนร่วมด้วย ควรพบแพทย์ เนื่องจากอาจมีอาการอักเสบติดเชื้อ

  • อาการบวม แดง ช้ำ จะเป็นมากที่สุดในช่วง 2 – 3 วันแรก แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเองใน 2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่พบได้ ไม่อันตราย แต่อาจมีผลด้านความสวยงาม

 

  • เกิดผื่น สิว หรือถุงน้ำพอง

  • ฟิลเลอร์ไหลเข้าสู่เนื้อเยื่ออื่น

  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน

  • ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้

ผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อย และรุนแรง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์

 

  • ติดเชื้อบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ อาการจะแสบ ร้อน บวมแดง เจ็บปวดมากกว่าปกติ เป็นหนอง

  • แพ้ฟิลเลอร์หรือแพ้ยาชาจนผิวหนังบวมแดง เกิดผื่นลมพิษ

  • ดวงตาผิดปกติ ระคายเคืองตา ตาแห้งกว่าปกติ ตาบวมช้ำ การมองเห็นผิดปกติ ภาพเบลอ หรือสูญเสียการมองเห็น

  • ใบหน้าชา การขยับกล้ามเนื้อผิดปกติ หรืออ่อนแรงจากเส้นประสาทใบหน้าเป็นอัมพาต

  • วิงเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก

 

หากเกิดความผิดปกติขึ้นโดยที่ไม่ทราบว่าคืออะไร หรือเกิดจากอะไร สามารถปรึกษาแพทย์ได้ หากเป็นอันตรายแพทย์จะให้เข้ามาพบให้เร็วที่สุดเพื่อดำเนินการรักษาต่อไป

ทั้งนี้ ผลข้างเคียงดังกล่าวสามารถควบคุมให้มีโอกาสเกิดน้อยลงได้ หากเข้าใจการฉีดฟิลเลอร์ ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีด เลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงในการเข้ารับการรักษา และเช็คก่อนว่าฟิลเลอร์เป็นฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิคแท้ที่ผ่านอย.

 

“นอกจากกรดไฮยาลูรอนิคแล้ว ยังมีฟิลเลอร์จากสารอื่นๆอีก เช่นซิลิโคน หรือพลาสติก (PMMA) แต่ฟิลเลอร์จากสารดังกล่าวเลิกใช้ไปแล้ว เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลถาวร สลายไม่ได้ ทำให้แก้ไขผลการรักษาได้ยาก ไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้เหมือนกรดไฮยาลูรอนิค อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดการแพ้มากกว่าด้วย ในปัจจุบันสารเหล่านี้จึงมักถูกใช้เป็นส่วนผสมของฟิลเลอร์ปลอมที่อันตรายอย่างมาก”

ฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. ราคาเท่าไหร่?

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ราคาจะอยู่ที่ 1,600 – 2,000 บาท เฉพาะฟิลเลอร์ 1 กล่อง โดยที่รุ่นธรรมดา ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,600 บาท ส่วนรุ่นที่มี Lidocaine ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท 

ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ e.p.t.q. ราคาจะขึ้นอยู่กับค่าบริการที่สถานพยาบาลนั้นๆ อีกทีหนึ่ง ส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ 5,000 – 8,000 บาท

 

สรุป

 

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลี ราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ปลอดภัยและเสี่ยงแพ้ได้น้อย ทั้งนี้ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง ไม่เหมาะกับฉีดในผิวหนังบริเวณที่ตื้นเกินไป ดังนั้นผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ กำลังเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อพูดถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ ประเมินผลการรักษาคร่าวๆ และเลือกฟิลเลอร์ในรุ่นและยี่ห้อที่เหมาะสมต่อไป

ต้องการปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยี่ห้อฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ e.p.t.q. หรือมีปัญหาเรื่องความสวยความงามและโรคผิวหนังอื่นๆสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX เพื่อปรึกษาแพทย์ในครั้งแรกได้ฟรี!


สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเลือกปรึกษาแพทย์ผิวหนังกว่า 210 ท่านได้ในแอปฯเดียว เพราะผิวดี ไม่ต้องรอ!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

 

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ใช้งานครั้งแรกปรึกษาฟรี
Tips & Tricks
สาระน่ารู้และข่าวประชาสัมพันธ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า