SkinX Team

19 ตุลาคม 2565

รู้จักการ ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? เห็นผลจริงไหม ฉีดแล้วช่วยอะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? เห็นผลจริงไหม

ฉีดฟิลเลอร์

 

ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นการรักษาทางด้านความงาม โดยการฉีดเพื่อลดริ้วรอย แก้ไขปัญหาบนใบหน้า ร่องแก้ม รวมไปถึงฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้ผิวหน้าเรียบ อิ่มฟู เต่งตึงขึ้น หรือฉีดบริเวณปากเพื่อให้ริมฝีปากอวบอิ่มขึ้น

ในบทความนี้ SkinX จะพาไปทำความรู้จักกับข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ว่า ฟิลเลอร์คืออะไร มีกี่ประเภท บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง ฟิลเลอร์ราคาเท่าไรต่อ CC ฟิลเลอร์ควรฉีดเท่าไรถึงจะพอดี ขั้นตอนการปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์

ทำความรู้จักกับ SkinX แอปพลิเคชันสำหรับพบหมอผิวหนังออนไลน์ ที่ได้รวบรวมเหล่าทีมแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำมากมาย มาให้คำปรึกษาด้านผิวหนังโดยเฉพาะ รวมถึงหัตถการความงามอย่างฉีดฟิลเลอร์

พิเศษสำหรับลูกค้าใช้งานแอปพลิเคชันครั้งแรก ปรึกษาแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลดแอปฯ เลย เพื่อปรึกษาแพทย์ทุกปัญหาผิว และพบกับดีลความงามจากคลินิกดังมากมาย

ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหน้าบริเวณต่างๆ เช่น ปาก ใต้ตา ร่องแก้ม หน้าผาก ขมับ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยต่างๆ ร่องลึกบริเวณใบหน้าให้ดูเรียบเนียน ผิวดูชุ่มชื้น และเต่งตึงขึ้น รวมไปถึงการฉีดฟิลเลอร์ยังช่วยยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น

โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ในปัจจุบัน และใช้ในประเทศไทยเป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) สารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น (Hydration) และทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูรอนที่ร่างกายสูญเสียไปเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น การฉีดสาร Hyaluronic Acid เข้าสู่ผิวจะช่วยเติมเต็มในชั้นผิวหนังให้มีความยืดหยุ่น เต่งตึง เรียบเนียน ดูสุขภาพดี รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยได้

ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะทำการประเมินปัญหาผิว หรือปัญหาที่ต้องการแก้ไขก่อนการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคล รวมถึงแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่ควรใช้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ เช่น Botox Hifu Ulthera และ Thermage เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น


ฉีดฟิลเลอร์เพื่ออะไร?


ฉีดฟิลเลอร์ช่วยอะไรบ้าง ฉีดฟิลเลอร์เพื่ออะไร ตามธรรมชาติแล้วผิวหน้าของคนเราจะค่อยๆ เสื่อมสภาพตามอายุที่มากขึ้น ปัญหาผิวจะเริ่มตามมา ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ร่องลึก หน้าตอบ แก้มตอบ ริ้วรอยใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid จะช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามวัย เติมเต็มร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า ชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต เพิ่มความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นให้กับผิว

นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังสามารถปรับรูปหน้าให้ดูสมมาตร ดูมีสัดส่วนขึ้น เป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถฉีดฟิลเลอร์มือ เพื่อแก้ปัญหามือแห้ง มือเหี่ยวย่นได้อีกด้วย

“หากฟิลเลอร์สลายหมดจะไม่ทำให้หน้าแก่ลง การฉีดฟิลเลอร์จะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดมีน้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ผิวมีความชุ่มชื้น คอลลาเจนและอิลาสตินก็จะถูกสร้างขึ้นด้วย หลังฟิลเลอร์สลายหมดผิวก็จะดูสุขภาพดีกว่าตอนยังไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ เพราะคอลลาเจนและอิลาสตินยังคงอยู่ในร่างกาย”

ประเภทของฟิลเลอร์มีกี่แบบ?

 

ฟิลเลอร์ (Filler) มี 3 ประเภท ได้แก่

 

1.Temporary Filler (ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว)

Temporary Filler หรือ ฟิลเลอร์แบบชั่วคราวคือ ฟิลเลอร์ที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และเป็นชนิดเดียวที่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.ไทย นั่นคือ ฟิลเลอร์ชนิดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) สามารถอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ เมื่อฟิลเลอร์สลายตัวก็สามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ

 

2.Semi Permanent Filler (ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร)

Semi Permanent Filler หรือ ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรคือ ฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายได้หมด 100% ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรจะมีความปลอดภัยน้อยกว่าฟิลเลอร์แบบชั่วคราว สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 ปี


ตัวอย่างฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร เช่น สารแคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite) สาร PLLA (Poly-L-lactic acid) และ สาร Polyalkylimide


สารเติมเต็มในกลุ่มฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เนื่องจากไม่สามารถสลายได้หมด เมื่อฉีดไปนานๆ อาจเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือการอักเสบตามมา ทำให้รักษา หรือแก้ไขได้ยาก ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรนี้มีใช้ในต่างประเทศ แต่ยังไม่ผ่านอย.ในประเทศไทย

 

3.Permanent Filler (ฟิลเลอร์แบบถาวร)

Permanent Filler หรือ ฟิลเลอร์แบบถาวรคือ ฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ เป็นฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวร และเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านอย. โดยสารเติมเต็มในกลุ่มฟิลเลอร์แบบถาวรนี้ เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน และ สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate microspheres) หลังฉีดไปแล้วผิวจะไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้ตกค้างอยู่ในชั้นผิว


ฟิลเลอร์แบบถาวรนี้มีผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ฟิลเลอร์ไหล ฟิลเลอร์ย้อยผิดรูป หรือกลายเป็นพังผืด การรักษาทำได้โดยผ่าตัดออก หรือขูดออกเท่านั้น ไม่มียาฉีดสลายฟิลเลอร์ ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์จึงไม่ควรฉีดสารเติมเต็มชนิดนี้

 

สารเติมเต็มในฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง?

 

Hyaluronic Acid

สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) จัดอยู่ในกลุ่มสารฟิลเลอร์แบบชั่วคราว ร่างกายสามารถย่อยสลายเองได้ สารชนิดนี้จะจับตัวกับน้ำและพองขึ้นเป็นเจล มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง ดูชุ่มชื้น โดยสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน และเป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่ผ่านอย. ไทย


ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid มีอยู่ในฟิลเลอร์หลากหลายยี่ห้อ เช่น Juvederm, Restylane, Belotero, Neuramis, Yvoire เป็นต้น

 

Poly-L-lactic acid (PLLA)

สารเติมเต็ม Poly-L-lactic acid หรือ PLLA เป็นสารเติมเต็มที่อยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่ไม่สามารถย่อยได้หมด 100% สารเติมเต็ม PLLA อยู่ได้นาน 2-5 ปี สารชนิดนี้ถูกใช้ในการแพทย์ เช่น ไหมละลาย และตะปูเกลียวยึดกระดูก

 

Calcium Hydroxyapatite

สารเติมเต็ม Calcium Hydroxyapatite หรือ สารแคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์จัดอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร สามารถละลายได้บางส่วนแต่ก็ยังมีสารตกค้างอยู่ใต้ชั้นผิว หากปล่อยทิ้งไว้นานหลายปีอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ต้องขูดออกเท่านั้น นอกจากนี้สารเติมเต็มชนิดนี้ยังนำมาใช้ในการเติมหน้าอกและสะโพกอีกด้วย

 

Polyalkylimide

สารเติมเต็ม Polyalkylimide คือพลาสติกสังเคราะห์ เป็นสารเติมเต็มที่อยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร มักใช้สำหรับรอยย่นลึก เช่น ร่องจมูก หรือรอยแผลเป็น สามารถย่อยสลายได้บางส่วน แต่ก็ยังมีสารตกค้างอยู่ใต้ชั้นผิว หากต้องการนำฟิลเลอร์ออกต้องทำการขูดออกเท่านั้น ไม่สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์ได้

 

Polymethyl-methacrylate microspheres (PMMA)

สารเติมเต็มโพลีเมธิลเมธาไครเลต หรือ PMMA คือพลาสติกสังเคราะห์ เป็นฟิลเลอร์แบบถาวร ไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ มีลักษณะเป็นเม็ดกลมเรียบ ขนาดเล็กมาก สาร PMMA นี้ยังเป็นวัสดุสำหรับผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular Lens : IOL) และ Bone Cement

 

คุณสมบัติต่างๆ ของฟิลเลอร์

 

  • ความแข็ง (Elasticity)


ฟิลเลอร์ที่มีค่าความแข็งสูงจะเหมาะกับการฉีดเพื่อปรับโครงหน้าในชั้นกระดูก ฉีดยกผิวชั้นลึก มีความทนต่อแรงกดในแนวตั้ง จึงเหมาะแก่การฉีดบริเวณคาง จมูก หรือฉีดเพื่อดึงหน้า ปรับโครงหน้าเป็นต้น

 

  • ความยืดหยุ่น


ฟิลเลอร์ที่มีค่าความยืดหยุ่นสูงจะทนต่อการขยับ ทนต่อแรงบิดในแนวนอน จึงเหมาะแก่การฉีดผิวบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ เช่น มุมปาก ร่องแก้ม แก้มตอบ

 

  • ความกระจายตัว (Tissue Integration)


ฟิลเลอร์ที่มีความกระจายตัวจะเหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง ผิวบาง เพื่อให้ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วมีความเรียบเนียนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน

 

  • ค่าอุ้มน้ำ (Water holding)


ฟิลเลอร์ที่มีค่าอุ้มน้ำสูง เมื่อฉีดไปแล้วจะฟูมาก จึงเหมาะกับฉีดบริเวณร่องแก้ม ขมับ ไม่เหมาะกับการฉีดใต้ตา เพราะจะเห็นความบวมได้ชัดเจน

 

  • จำนวนการเชื่อมพันธะ (Crosslink)


ฟิลเลอร์ที่มีจำนวนพันธะเยอะ จะอยู่ได้นานขึ้น สลายได้ช้าลง และอุ้มน้ำน้อยลง ฟูน้อยลง มีค่ากระจายตัวปานกลาง ทนต่อแรงบิดแนวนอนได้ดี จึงเหมาะแก่การฉีดบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ โดยยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เด่นด้านเทคโนโลยี Crosslink คือฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm

 

  • ขนาดเม็ดของฟิลเลอร์ (Particle size)


ฟิลเลอร์ที่มีขนาดเม็ดฟิลเลอร์ใหญ่ จะอยู่ได้นานขึ้น และมีค่าความแข็งสูง การกระจายตัวต่ำ แต่จะไม่ทนต่อแรงบิดในแนวนอน หากฉีดในตำแหน่งที่มีการขยับบ่อยๆ จะอยู่ได้ไม่นาน ฟิลเลอร์ที่มีขนาดเม็ดใหญ่จึงเหมาะกับการยกหน้าในผิวชั้นลึกได้ดีที่สุด


ยี่ห้อฟิลเลอร์ Restylane จะโดดเด่นในเทคโนโลยีด้านนี้ เรียกว่า เทคโนโลยี NASHA เนื่องจากใช้การขดเส้นใยของ HA ร่วมกับการใส่ Crosslink ทำให้ฟิลเลอร์เป็นเม็ดละเอียด เนื้อฟิลเลอร์จึงมีค่าความแข็งสูง เหมาะกับการยกพยุงผิว

 

เนื้อฟิลเลอร์มีกี่แบบ

 

เนื้อฟิลเลอร์โดยทั่วไปแล้วจะมีลักษณะแตกต่างกันไป เนื่องจากฟิลเลอร์แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้คุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน โดยเนื้อฟิลเลอร์จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้


1.ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง
ฟิลเลอร์เนื้อแข็งจะมีลักษณะเนื้อเจลเป็นกลุ่มเป็นก้อนมากกว่าฟิลเลอร์เนื้อชนิดอื่นๆ เมื่อบีบออกมาแล้วสามารถเห็นเป็นเส้น จึงทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความแข็งแรง คงตัวได้ดี สามารถใช้ยกผิวในชั้นกระดูกได้


ตัวอย่างยี่ห้อฟิลเลอร์เนื้อแข็ง เช่น Juvederm Voluma, Restylane Perlane Lift, Belotero Volume และ Perfectha Subskin


2.ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม
ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มจะมีลักษณะเป็นเนื้อเจลคล้ายเยลลี่ เนื้อนุ่ม ไม่เป็นก้อน เนื้อไม่เหลวและไม่เป็นน้ำเหมือนฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มเหมาะสำหรับฉีดในชั้นไขมัน


ตัวอย่างยี่ห้อฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เช่น Juvederm Ultra Plus, Restylane classic, Belotero Balance


3.ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด
ฟิลเลอร์เนื้อละเอียดจะมีลักษณะเป็นเนื้อเจล มีความบางเบาคล้ายน้ำ เนื้อเหลวมากกว่าฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เหมาะสำหรับฉีดในผิวชั้นตื้น และเหมาะกับการเก็บรายละเอียดเล็กๆ การฉีดฟิลเลอร์เนื้อละเอียดจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งได้


ตัวอย่างยี่ห้อฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เช่น ฟิลเลอร์ Juverderm Volite, Restylane Vital Light, Belotero soft

 

บริเวณที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

ฉีดฟิลเลอร์ตรงไหนดี

บริเวณไหนที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ ฟิลเลอร์เหมาะกับการฉีดบนใบหน้า โดยจุดบริเวณใบหน้าที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ คือ บริเวณใต้ตา ปาก คาง ร่องแก้ม จมูก ขมับ และหน้าผาก ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล? หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถเห็นผลได้ทันที และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังจากผ่านไป 7-14 วัน การฉีดฟิลเลอร์มีข้อดีคือ ฟิลเลอร์ที่เป็นสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid จะสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างภายในร่างกาย

ฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตา ตาลึก ตาโหล ถุงใต้ตา ขอบตาดำ ให้กลับมาสดใส ผิวใต้ตาดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น และเต่งตึงมากขึ้น รวมไปถึงฉีดฟิลเลอร์ยังแก้ปัญหาใต้ตายุบตัวของกระดูกและเนื้ออีกด้วย

สำหรับการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 1-2 cc ก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้การเติมฟิลเลอร์ใต้ตากี่ cc นั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคล ก่อนการเข้ารับหัตถการควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการประเมินปัญหาก่อน และหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะสามารถเห็นผลได้ทันที

โดยทั่วไปแล้วฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ รุ่นของฟิลเลอร์ และการดูแลตัวเองหลังฉีด

ฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยที่ริมฝีปาก ริมฝีปากบาง ขอบปากคล้ำ ปากแห้ง ตกร่อง มุมปากตก ฟิลเลอร์ปากจึงช่วยเติมเต็มร่องปากให้ดูชุ่มชื้น อวบอิ่ม ไม่แห้ง และตกร่อง รวมไปถึงฉีดฟิลเลอร์ปากยังสามารถปรับขนาดโครงสร้างปากให้เป็นรูปทรงที่สวยงามได้

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ปาก จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 1-2 cc ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล หลังฉีดฟิลเลอร์ปากจะเห็นผลทันที โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ และการดูแลตัวเองหลังฉีด

ฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คาง จะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน คางตัด เป็นต้น รวมไปถึงฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยปรับรูปหน้า ให้ดูสมมาตรขึ้น ได้สัดส่วนมากขึ้น ดูเรียวสวย โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์คาง จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 1 cc หรือมากกว่า ตามปัญหาของแต่ละบุคคล หลังฉีดฟิลเลอร์คางสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน โดยฟิลเลอร์คางอยู่ได้แค่ 1-2 ปี ต่อการฉีด 1 ครั้ง หากไม่มีการมาเติมฟิลเลอร์เนื้อฟิลเลอร์ก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะช่วยแก้ปัญหาการยุบตัวของกระดูกบริเวณใต้ตา และการยุบตัวของกระดูกบริเวณร่องแก้ม ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหารองแก้มลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงแก้ปัญหาผิวแห้ง ชั้นผิวบางลง หลังทำสามารถเห็นผลได้ทันที

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 2 cc หรือมากกว่า ตามปัญหาของแต่ละบุคคล โดยฟิลเลอร์ร่องแก้มจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นที่เลือก

ฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์จมูก จะช่วยเพิ่มความคมของสันจมูก หรือปลายจมูกขึ้นเล็กน้อย สำหรับการฉีดฟิลเลอร์จมูก จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 1 cc สามารถอยู่ได้นาน 12 เดือน

ในปัจจุบันการ ฉีดฟิลเลอร์จมูกยังไม่ผ่านการรับรองจากอย.ประเทศไทย อีกทั้งฟิลเลอร์จมูกยังไม่เหมาะกับคนที่วางแผนจะเสริมจมูกในอนาคต เพราะอาจเกิดปัญหาการยึดเกาะของแท่งซิลิโคนได้ หากฉีดฟิลเลอร์จมูกไปแล้วอยากผ่าตัดเสริมจมูก จะต้องขูดฟิลเลอร์ที่กระดูกจมูกตามแนวที่วางซิลิโคนออกก่อนเพื่อให้ซิลิโคนยึดเกาะจมูกได้ดีมากขึ้น

ฟิลเลอร์ขมับ

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะช่วยปรับใบหน้าโดยรวมให้ดูสมดุล ได้สัดส่วนมากขึ้น ช่วยเติมเต็มบริเวณขมับตอบ ขมับลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด นอกจากนี้ฟิลเลอร์ขมับยังช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยหางตาให้เต่งตึงขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 1-2 cc ตามปัญหาของแต่ละบุคคล โดยฟิลเลอร์ขมับจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่เลือก

ฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะช่วยแก้ปัญหาหน้าผากแบน หน้าผากยุบ มีร่องลึก รอยบุ๋มที่หน้าผาก ให้นูนขึ้น ฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยย่นที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ประมาณ 1-2 cc หรือมากกว่า ตามปัญหาของแต่ละบุคคล หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอาจมีอาการบวมได้เป็นปกติ แต่จะหายไปเอง ประมาณ 7-14 วัน และฟิลเลอร์หน้าผากจะสามารถอยู่ได้นาน 12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่เลือก

ยี่ห้อฟิลเลอร์ ที่ผ่าน อย. (อัปเดต ปี 2565)

ยี่ห้อฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นมีเทคโนโลยี และคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างกัน จึงเหมาะแก่การฉีดในจุดที่แตกต่างกัน โดยฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ในประเทศไทย จะต้องเป็นชนิด Hyaluronic acid เท่านั้น

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่านอย. ในประเทศไทย มีดังนี้ (อัปเดต ปี 2565)

Juvederm

ฟิลเลอร์ Juvederm (อ่านว่า จูวีเดิร์ม) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศอเมริกา จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (THFDA) สหรัฐอเมริกา (USFDA) และ EDQM นำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand

จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm คือเทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ที่จะทำให้เนื้อฟิลเลอร์สามารถอุ้มน้ำได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับของผิวหน้าได้ดี มีอัตราการบวมน้ำน้อย ส่งผลให้ผลลัพธ์หลังฉีด ผิวมีความเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) ช่วยให้ลดความเจ็บปวดบริเวณที่ฉีด

ฟิลเลอร์ Juvederm เหมาะแก่การฉีดบริเวณ แก้ม คาง ปาก ในปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm ที่ได้รับอย. มีทั้งหมด 7 รุ่น สามารถแบ่งได้ตามเทคโนโลยี ดังนี้

Hylacross Technology
จุดเด่นของ Hylacross Technology คือความฟู อุ้มน้ำได้มาก เนื้อเจลมีความเนียนละเอียด ทนต่อการขยับ

1.1 Juvederm Ultra Plus XC
ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus XC เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีลักษณะเนื้อนิ่มและฟูมาก มีผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้มีปัญหาริ้วรอย รอยพับของใบหน้า ร่องลึกต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามอายุ หรือบริเวณที่มีการขยับเยอะๆ เช่น บริเวณคาง ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก

1.2 Juvederm Ultra XC
ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra XC เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีเนื้อเจลนิ่ม ฉีดแล้วเรียบเนียนไปกับผิว สามารถอยู่ได้นาน 12 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • แก้ปัญหาริ้วรอย และร่องลึก
  • ฉีดขมับ แก้มตอบ ริ้วรอย คาง จมูก

Vycross Technology
จุดเด่นของ Vycross Technology คือฉีดไปแล้วดูเป็นธรรมชาติ ไม่บวม เนื่องจากเป็นการพัฒนามาจากกลุ่ม Hylacross สามารถใช้ยกกระชับได้

2.1 Juvederm Voluma
ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma เป็นรุ่นที่มีลักษณะเนื้อแข็งและฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่น และความหนาแน่นสูง ฉีดแล้วไม่ไหล สามารถอยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • การยกกระชับใบหน้า ลิฟหน้าแก้ม ขมับ คาง ร่องแก้ม แก้มตอบ

2.2 Juvederm Volift
ฟิลเลอร์ Juvederm Volift เป็นรุ่นที่มีลักษณะเนื้อนิ่ม มีความละเอียดและยืดหยุ่นสูง โดยฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volift นี้จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน สามารถอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม ร่องมุมปากที่ไม่ลึกมาก ขมับ ใต้ตา

2.3 Juvederm Volite
ฟิลเลอร์ Juvederm Volite เป็นรุ่นที่มีเนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะแก่การปรับคุณภาพผิว ซึ่งจะแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เน้นปรับรูปหน้า ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volite สามารถอยู่ได้นานถึง 9-12 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • ลดริ้วรอยชั้นตื้นๆ เพื่อให้ผิวทั่วใบหน้าฟู และอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี
  • ฉีดริ้วรอยใต้ตา หรือผิวชั้นตื้น

2.4 Juvederm Volbella
ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีลักษณะเนื้อนิ่มที่สุด ละเอียด ให้ความฟู มีโมเลกุลขนาดเล็กละเอียดมากที่สุด และให้ความเรียบเนียน ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volbella สามารถอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • เติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และเติมเต็มใต้ตา
  • ริ้วรอยตื้นๆ

2.5 Juvederm Volux
ฟิลเลอร์ Juvederm Volux เป็นรุ่นล่าสุดที่มีความหนาแน่นสูง เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง ยืดหยุ่นสูง สามารถอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • การเติมใบหน้าให้ขึ้นรูป ฉีดขมับ ร่องแก้มชั้นลึก ช่วยลดความหย่อนคล้อย โดยเฉพาะใบหน้าส่วนล่าง

Restylane

ฟิลเลอร์ Restylane (อ่านว่า เรสเทอเลน) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) เกาหลีใต้ และ อย. ไทย (TH FDA) รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากสหภาพยุโรป (EDQM) นำเข้าโดยบริษัท Galderma Thailand

จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้คือขนาดโมเลกุลฟิลเลอร์ และการใช้เทคโนโลยี NASHA (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid) และ OBT (Optimal Balance Technology) มาช่วยเติมเต็มใบหน้าที่เกิดริ้วรอย มีร่องลึกให้เต็มขึ้นและดูเรียบเนียน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้ยาวนาน

นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane ยังถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาริมฝีปากโดยเฉพาะ เพราะเป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่มีความคงตัวสูง สามารถช่วยสร้างริมฝีปากให้อวบอิ่ม ชัดเจนขึ้น และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นอีกด้วย

ข้อแตกต่างระหว่างเทคโนโลยี NASHA และ OBT
NASHA Technology คือเทคโนโลยีที่มีลักษณะเป็นเจลคงรูป มีความคงตัวและขึ้นรูปได้ดี ช่วยยกกระชับ และช่วยเติมเต็มริ้วรอยได้จนถึงระดับลึก อยู่ได้ยาวนาน ในขณะที่ OBT Technology คือเทคโนโลยีการสร้างเนื้อเจลแบบอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ปรับทรงได้หลากหลาย เหมาะสำหรับเติมเต็มบริเวณใบหน้าที่มีการเคลื่อนไหว หรือคนที่มีผิวบอบบาง เช่น รอบริมฝีปาก รอบปาก ร่องแก้ม ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน

โดยฟิลเลอร์ Restylane สามารถแบ่งรุ่นตามเทคโนโลยีได้ดังนี้

NASHA (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid)

1.1 Restylane Perlane Lyft
ฟิลเลอร์ Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวดี ยกกระชับสูง หลังฉีดไม่ฟู สามารถอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน และสามารถย่อยสลายได้เอง
เหมาะกับสำหรับ

  • การฉีดใต้ตาชั้นลึก จมูก คาง แก้ม ขมับ สร้างกรอบหน้า
  • ยกกระชับรูปหน้า ยกผิวที่หย่อนคล้อย

1.2 Restylane Classic Lidocaine
ฟิลเลอร์ Restylane Classic Lidocaine เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลมีลักษณะแข็งปานกลาง สามารถอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • การฉีดใต้ตาในชั้นผิวลึก ปาก ร่องแก้ม ร่องขมวดคิ้ว และลดริ้วรอยชั้นผิวระดับปานกลางถึงมาก

1.3 Restylane Vital Light
ฟิลเลอร์ Restylane Vital Light เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลมีลักษณะอนุภาคเล็ก เนื้อละเอียดมากที่สุด สามารถฉีดเพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น สามารถอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • การฉีดเก็บรายละเอียด เช่น ใต้ตา ผิวชั้นตื้น ริมฝีปากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • การฉีดแก้ไขจุดที่มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ใช้สำหรับคนไข้ที่มีผิวบาง

1.4 Restylane Vital
ฟิลเลอร์ Restylane Vital เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย ช่วยปรับความชุ่มชื้นผิว เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ สามารถอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • การฉีดหน้าผาก ใต้ตา
  • เติมเต็มเรื่องผิว ลดริ้วรอย ไม่เรียบเนียน หลุมสิว

OBT (Optimal Balance Technology)

2.1 Restylane Refyne

เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นดี และค่อนข้างกลืนกับผิวได้ดี สามารถอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • เติมเต็มริ้วรอย และร่องแก้ม โดยเฉพาะรอยลึกที่เกิดจากการยิ้ม

2.2 Restylane Volyme

เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์นิ่ม ค่อนข้างฟู เน้นการเติมเต็มชั้นผิวบริเวณใบหน้าให้อิ่มฟู สามารถอยู่ได้ประมาณ 18 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • เติมเต็มส่วนที่ตอบ หรือโหลลึก เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ ร่องแก้ม ปาก มุมปาก

2.3 Restylane Defyne

เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง เนื้อเจลมีความนิ่มปานกลาง อุ้มน้ำได้มาก มีความยืดหยุ่นสูง สามารถอยู่ได้ประมาณ 18 เดือน

เหมาะสำหรับ

  • ฉีดกระดูกที่ยุบตัวในผิวชั้นลึก ใช้ฉีดใต้ตา ปาก
  • เติมเต็มร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หน้าแก้ม

2.4 Restylane Kysse

เป็นรุ่นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่มีความคงตัว ไม่เป็นก้อน สามารถอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
ฟิลเลอร์ Restylane รุ่น Kysse ออกแบบมาเพื่อฉีดปากโดยเฉพาะ สามารถปรับรูปทรงของปากได้ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากอีกด้วย

Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis (อ่านว่า นิวรามิส) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (THFDA) สหรัฐอเมริกา USDFDA และ EDQM นำเข้าโดยบริษัท Medyceles ประเทศไทย

Neuramis Filler เป็นสารเติมเต็มที่สามารถแก้ปัญหาบริเวณต่างๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ เติมเต็ม และปรับรูปหน้า

ในปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Neuramis มีทั้งหมด 3 รุ่น ที่ผ่านอย. ดังนี้ (อัปเดต ปี 65)

Neuramis Deep
ฟิลเลอร์ Neuramis Deep เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่มีส่วนผสมของยาชา และเป็นฟิลเลอร์เกาหลีรุ่นแรกที่เข้ามาในประเทศไทย เนื้อเจลมีลักษณะเป็นเนื้อเจลหนืดปานกลาง ขึ้นรูปได้ง่าย สามารถอยู่ได้นานสูงสุด 12 เดือน และสามารถย่อยสลายเองได้
เหมาะสำหรับ

  • เติมเต็มร่องลึก และริ้วรอยต่างๆ ระดับปานกลางบนใบหน้า เช่น ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องลึกใต้ตา หน้าผาก
  • สามารถเติมเต็มชั้นผิวให้ดูอิ่มฟู เช่น บริเวณแก้มตอบ ขมับตอบ และปรับรูปหน้าบริเวณที่ต้องการ เช่น คาง และริมฝีปาก

Neuramis Deep Lidocaine
ฟิลเลอร์ Neuramis Deep Lidocaine เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา คุณสมบัติจะคล้ายคลึงกันกับรุ่น Deep เนื้อเจลมีความหนืดปานกลาง ขึ้นรูปได้ง่าย คงรูปได้ดี สามารถอยู่ได้นานสูงสุด 12 เดือน และสามารถย่อยสลายเองได้

เหมาะสำหรับ

  • เติมเต็มร่องลึก และริ้วรอยระดับปานกลาง เช่น ริ้วรอยร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องลึกใต้ตา
  • สามารถเติมเต็มชั้นผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้น เช่น บริเวณแก้มตอบ ขมับตอบ และสามารถปรับรูปหน้าได้ เช่น คาง และริมฝีปาก

Neuramis Volume Lidocaine
ฟิลเลอร์ Neuramis Volume Lidocaine เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา เนื้อเจลมีลักษณะหนืด คงรูป และมีความคงตัวสูงที่สุดในบรรดา 3 รุ่น สามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 2 ปี และสามารถย่อยสลายเองได้
เหมาะสำหรับ

  • ยกกระชับผิว บริเวณกรอบหน้า บริเวณแก้มตอบ ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • ปรับรูปหน้า และสัดส่วนของใบหน้า เช่น คาง หน้าผาก ริมฝีปาก
  • เติมเต็มปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก เช่น บริเวณร่องแก้ม และร่องน้ำหมาก

Belotero

ฟิลเลอร์ Belotero (อ่านว่า เบโลเทโร่) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (THFDA) สหรัฐอเมริกา (USFDA) และ EDQM นำเข้าโดยบริษัท Merz Aesthetics

Belotero Filler เป็นกลุ่มเนื้อเจลที่มีความคงตัวมาก สามารถใช้ฉีดเสริมกระดูกและเนื้อเยื่อผิวหนังที่ยุบตัวลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นได้ ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero มีหลากหลายรุ่น สามารถแยกได้ตามสีกล่องฟิลเลอร์ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Colorful filler

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero ที่ได้รับอย. มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ดังนี้

Belotero Volume
ฟิลเลอร์ Belotero Volume กล่องสีม่วง เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง โมเลกุลหนาแน่นที่สุด มีความยืดหยุ่นและคงตัว ให้ความฟูเติมเต็มได้ดี สามารถอยู่ได้ประมาณ 18 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • แก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกมาก
  • การฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก ขมับตอบ แก้มตอบ ร่องแก้ม หน้าแก้ม เป็นต้น

Belotero Intense
ฟิลเลอร์ Belotero Intense กล่องสีชมพู เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีความหนาแน่น และยืดหยุ่นสูง ยกตัวได้ดี สามารถอยู่ได้ประมาณ 18 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • แก้ปัญหาร่องลึกมากๆ จากการยุบตัวของเนื้อเยื่อผิวหนัง และการเสื่อมสภาพของผิวหนังตามวัย เช่น ร่องแก้ม เติมเต็มแก้มตอบ เสริมคาง

Belotero Balance
ฟิลเลอร์ Belotero Balance กล่องสีส้ม เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อเจลยืดหยุ่น เรียบเนียน มีความอ่อนนุ่ม เรียบเนียนกับผิวได้ดี ใช้แก้ปัญหาริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นให้จางลง สามารถอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • เติมเต็มร่องลึกและรอยย่นในระดับปานกลางไปจนถึงระดับลึก เช่น ริมฝีปาก ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยบริเวณคาง แก้มตอบ รอยย่นระหว่างคิ้ว

Belotero Soft
ฟิลเลอร์ Belotero Soft กล่องสีเหลือง เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีโมเลกุลขนาดเล็ก เก็บรายละเอียดได้ดี เน้นงานผิว ช่วยให้ผิวอิ่มฟู สามารถอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • แก้ไขริ้วรอยบนผิวชั้นนอก เหมาะแก่การฉีดใต้ตา ทำให้ใต้ตาเนียน ดูเป็นธรรมชาติ

e.p.t.q.

ฟิลเลอร์ e.p.t.q. (Epitique) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (THFDA) สหรัฐอเมริกา (USFDA) และ EDQM นำเข้าโดยบริษัท Aestema

e.p.t.q. filler เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยร่องลึก รอยพับบนใบหน้า จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อ e.p.t.q. คือมีสาร Hyaluronic Acid (HA) สูงถึง 24 mg/ml และทุกรุ่นจะมียาชา 0.3% (Lidocaine) ผสมมาแล้วเรียบร้อย ทำให้บรรเทาความเจ็บขณะฉีด อีกทั้งฟิลเลอร์ยี่ห้อ e.p.t.q. นี้ยังมีเทคโนโลยีการ Cross-link ที่ทำให้ได้ค่า MoD ต่ำ โดยฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีค่า MoD~1% ทำให้มีความปลอดภัยสูง ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแพ้ได้

ในปัจจุบันฟิลเลอร์ e.p.t.q. ที่ผ่านอย. มีทั้งหมดด้วยกัน 3 รุ่น ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของสภาพผิว ดังนี้

e.p.t.q. S100
ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น S100 เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อเบาบางที่สุด มีเนื้อที่ละเอียด นิ่ม และยืดหยุ่นได้ดี สามารถเติมเต็มริ้วรอยต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติและเรียบเนียนไปกับผิว อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ใช้ฉีดใต้ตา บริเวณหน้าผาก ขมับ และยังสามารถใช้ฉีดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ปากได้อีกด้วย

e.p.t.q. S300
ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น S300 เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อไม่แข็งหรือไม่นิ่มจนเกินไป อยู่ในระดับปานกลาง สามารถคงตัวได้นาน อยู่ได้ประมาณ 8 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณหน้าผาก ขมับ แก้ปัญหาแก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และขอบปาก

e.p.t.q. S500
ฟิลเลอร์ e.p.t.q. รุ่น S500 เป็นฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นที่สุด สามารถฟื้นฟูผิวบริเวณที่มีปัญหาหนักๆ ได้ อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณแนวกระดูกกราม ปรับรูปหน้า ขมับ คาง ใต้ตาลึก ร่องน้ำหมาก และแก้ปัญหาร่องแก้มลึก

Perfectha Filler

ฟิลเลอร์ Perfectha (อ่านว่า เพอร์เฟคต้า) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศฝรั่งเศส จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (THFDA) สหรัฐอเมริกา (USFDA) และ EDQM นำเข้าโดยบริษัท Interpharma ประเทศไทย

Perfectha Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่น โดยฟิลเลอร์ยี่ห้อ Perfectha นี้มีจุดเด่นคือการใช้นวัตกรรม E-Brid Technology ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง เข้ามาช่วยปรับรูปทรง และลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า นอกเหนือจากนี้ฟิลเลอร์ Perfectha จะมีการกำจัดสารกระตุ้นการก่อมะเร็งให้อยู่ในขั้นที่ปลอดภัยที่สุด

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Perfectha ที่ผ่านอย. ในประเทศไทย มีทั้งหมด 4 รุ่น ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของสภาพผิว ดังนี้

Perfectha Subskin
ฟิลเลอร์ Perfectha Subskin เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีความคงตัวของเนื้อเจลสูง เนื้อแน่น ไม่ฟู นำมาปั้นได้ทรงสวยตามธรรมชาติ สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดคาง ขมับ กรอบหน้า ร่องแก้มลึก
    เติมเต็มร่องลึกต่างๆ ทั่วใบหน้า

Perfectha Deep
ฟิลเลอร์ Perfectha Deep สามารถอยู่ได้นาน 8-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดลงบริเวณผิวหนังชั้นลึก เติมร่อง และริ้วรอยลึก เช่น ร่องแก้ม คาง ยกมุมปาก

Perfectha Derm
ฟิลเลอร์ Perfectha Derm เป็นฟิลเลอร์ที่มีความนิ่มปานกลาง สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณผิวหนังชั้นกลาง และเติมเต็มริ้วรอยระดับลึก เช่น ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ยกมุมปาก เติมเต็มริมฝีปาก ลดเลือนริ้วรอยร่องแก้ม

Perfectha Complement
ฟิลเลอร์ Perfectha Complement เป็นฟิลเลอร์ที่มีความนิ่ม แต่ยังคงรูปความเป็นเนื้อเจลได้อย่างดี สามารถอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณผิวหนังตื้น และเติมเต็มริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผาก และใต้ตา
  • ใช้เพื่อเก็บริ้วรอยขนาดเล็ก หลังการฉีดโบโทลินัม ทอกซิน
  • ฉีดเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า สามารถใช้ร่วมกับการทำ Mesotherapy ได้

YVOIRE

ฟิลเลอร์ YVOIRE (อ่านว่า อีวัวร์) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (THFDA) สหรัฐอเมริกา (USFDA) และ เกาหลี (DMF) นำเข้าโดยบริษัท LG Chem

YVOIRE Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง ดูเป็นธรรมชาติ มีโมเลกุลใกล้เคียงกับ Hyaluronic Acid ในเนื้อเยื่อและผิวหนังของมนุษย์ จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อ YVOIRE นี้คือการใช้ HICE Technology ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท LG Chem อีกทั้งฟิลเลอร์ YVOIRE นี้ยังมีเทคโนโลยี Cross-link ทำให้ฟิลเลอร์สามารถยึดเกาะได้อย่างดี มีความคงทน ไม่สลายตัวง่าย และช่วยยกกระชับผิว

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ยี่ห้อ YVOIRE ที่ผ่านอย. ในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้

YVOIRE Classic Plus

เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึกใต้ตา แก้ปัญหาเบ้าตาลึก
  • เติมเต็มบริเวณระหว่างคิ้ว หางตา และรอยปาก
  • ช่วยลดความหมองคล้ำ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวหนังชั้นตื้น
  • สามารถอยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน

YVOIRE Volume Plus
ฟิลเลอร์ YVOIRE Volume Plus เป็นรุ่นฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก สามารถอยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณกลางใบหน้า เสริมหน้าผาก ขมับ
  • เติมเต็มร่องแก้ม แก้ปัญหาร่องน้ำหมาก
  • ปรับรูปริมฝีปาก

YVOIRE Contour
ฟิลเลอร์ YVOIRE Contour เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีความคงตัวสูง ไม่ฟู คงตัวได้ดี ฉีดแล้วไม่ไหลย้อยไปบริเวณอื่น สามารถอยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน
เหมาะสำหรับ

  • ฉีดบริเวณโหนกแก้ม ร่องแก้ม เสริมคาง
  • ฉีดกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

Revanesse Ultra

ฟิลเลอร์ Revanesse รุ่น Ultra เป็นฟิลเลอร์จากประเทศแคนาดา จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) เป็นรุ่นเดียวที่ผ่านอย. ในประเทศไทย สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

Revanesse Ultra เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่มีเนื้อเจลหนืดสูง ใช้ในการรักษาริ้วรอยระดับปานกลางจนถึงระดับลึก
เหมาะสำหรับ

  • การปั้นขึ้นรูปให้ใบหน้า เช่น คาง
  • ปรับรูปหน้าบริเวณกราม
  • เติมเต็มร่องขมวดคิ้ว ร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

 ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? ก่อนการฉีดฟิลเลอร์เราควรศึกษาข้อมูลสถานพยาบาลหรือคลินิกฉีดฟิลเลอร์ ดังนี้

 

  1. ควรเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลจากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ

     

  2. ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ใช้ฟิลเลอร์แท้ สะอาด ปลอดภัย มีเครื่องมือและอุปกรณ์ฉุกเฉินในกรณีที่เกิดปัญหา เช่น การแพ้ยา เป็นต้น

     

  3. ควรเลือกแพทย์ประจำคลินิกที่มีใบรองรับมาตรฐานจากแพทยสภา สามารถเช็คประวัติแพทย์ได้ และควรเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและศัลยกรรมความงาม

     

  4. ควรเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่มีการติดตามผล และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวก่อนและหลังทำอย่างใกล้ชิด สามารถปรึกษาแพทย์ที่ทำเคสได้

     

  5. มีการแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล ค่าหัตถการต่างๆ รวมไปถึงราคาฟิลเลอร์ และสามารถสอบถามอัตราค่ารักษาได้

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ควรเลือกอย่างไร


การเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดีที่สุด ควรเลือกจากสภาพผิว และจุดที่ต้องการปรับ แก้ไข หรือเติมเต็มจากใบหน้าของตนเอง เพราะฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นเหมาะกับการฉีดในจุดที่แตกต่างกัน และที่สำคัญควรเลือกฟิลเลอร์ของแท้ ไม่ควรใช้ของเลียนแบบหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน


ในอีกกรณีหนึ่ง แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าผิวของเราเหมาะกับฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน รุ่นไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับตัวเรา และดูเป็นธรรมชาติ

 

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนการปฏิบัติตัวก่อนการฉีดฟิลเลอร์ คือต้องศึกษาข้อมูลที่จำเป็น เช่น การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย การเลือกหมอประจำคลินิก รวมไปถึงสังเกตฟิลเลอร์แท้ของแต่ละยี่ห้อ ไม่เลือกใช้ฟิลเลอร์ปลอม

 

ข้อควรปฏิบัติตัว 1 อาทิตย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

 

  1. งดยาแอสไพริน NSAIDs เช่น Ibuprofen, Diclofenac, Ponstan 

  2. งดวิตามิน St. Johns Wort, Ginkgo biloba, Primrose oil, Garlic, Ginseng, และ Vitamin E เพราะสามารถกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดแข็งตัวช้าในระหว่างฉีดฟิลเลอร์ อาจเสี่ยงต่ออาการช้ำหลังฉีด

  3. งดสกินแคร์ชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Retinoids, Retinol, Glycolic Acid ประมาณ 3 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์บริเวณต่างๆ 

  4. งดการผลัดเซลล์ผิว การโกนขน ในบริเวณก่อนการทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์

  5. หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่รับประทานอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลเพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์

  6. หากมีคอร์สหัตถการเกี่ยวกับใบหน้า เช่น นวดหน้า เลเซอร์ต่างๆ ควรทำมาก่อนการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 3 วัน

ข้อควรปฏิบัติตัว 24 ชั่วโมง ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

  1. ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ก่อนทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์

  2. ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ออกกำลังกายอย่างหนัก การเข้าห้องซาวน่า เป็นต้น

 

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ มีขั้นตอนการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ ดังนี้

 

หลังฉีดฟิลเลอร์ทันที

  • อาจมีอาการปวด บวมแดง ระบม เขียวช้ำ คันบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการเกา แกะ นวด คลึง 
  • ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรกดแรง 
  • ควรรับประทานยาฆ่าเชื้อทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จ 
  • งดเลเซอร์ร้อนที่ผิวชั้นลึก อย่างน้อย 1 เดือน 
  • รอยเข็มฟิลเลอร์สามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ 

 

ช่วงกลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์

  • หลังจากฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง อาจมีอาการปวด สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ 
  • ไม่ควรนอนตะแคงใน 2-3 คืนแรกเพื่อป้องกันการกดทับที่บริเวณใบหน้า 
  • ควรนอนในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 18-23 องศาเซลเซียส 
  • อาจมีอาการบวมเข็มได้ แต่อาการนี้จะหายไปภายใน 7-14 วัน และฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ 

 

48 ชั่วโมงหลังจากฉีดฟิลเลอร์

  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันหลังจากฉีดฟิลเลอร์ 
  • สามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ หรือโดนน้ำได้ปกติ 
    ควรงดการนวด ถู สครับ สัมผัสที่ใบหน้าแรงๆ ไม่ควรยิ้มกว้างเกินไป เพื่อให้ฟิลเลอร์ได้มีเวลาเซ็ตตัว 
  • งดเท้าคาง ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์คาง 
  • หลังฉีดฟิลเลอร์หากรู้สึกว่าฟิลเลอร์เป็นก้อน ห้ามนวด ปั้น หรือคลึงใบหน้า เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปได้

 

3 วันหลังจากฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงบริเวณใบหน้าไม่ให้ถูกความร้อนโดยตรงจากการอาบน้ำ หรือไดร์เป่าผมร้อนๆ 
  • ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ เพราะอาจจะทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปทรงจากการเคลื่อนไหวที่รุนแรง 
  • เริ่มขยับใบหน้าได้ตามปกติ แต่ยังไม่ควรกดแรงๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ 

 

7-10 วันหลังจากฉีดฟิลเลอร์

  • ไม่ควรประคบร้อน หากยังมีการบวม หรือเขียวช้ำอยู่ 
  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดแรงจัด เพราะจะส่งผลต่อการคงตัวของสารที่ฉีด หากต้องเผชิญกับแสงแดดควรทากันแดดที่มีค่าประสิทธิภาพป้องกันรังสี UVA และ UVB สูง เป็นประจำ 

 

14 วันหลังจากฉีดฟิลเลอร์

  • สามารถขยับใบหน้า ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารได้ตามปกติ 
  • พยายามหลีกเลี่ยงความร้อน 
  • ฟิลเลอร์จะค่อยๆ นิ่มลงหลังจาก 2-3 สัปดาห์ ยกเว้นฟิลเลอร์รุ่นที่ฉีดในผิวชั้นลึก อาจจะยังคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์ในผิวชั้นลึกได้อยู่

ภาวะแทรกซ้อนที่มักพบได้

ภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์นั้นเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย เช่น ขึ้นอยู่กับประเภทฟิลเลอร์ที่ใช้ ฟิลเลอร์แท้/ปลอม ความถูกต้องของการฉีด ความชำนาญของแพทย์ โดยส่วนใหญ่ภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์มักไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่ในบางกรณีก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนี้

 

ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการฉีดฟิลเลอร์

  • ภาวะฟกช้ำ เกิดจากเข็มผ่านเส้นเลือด

  • เส้นเลือดอุดตัน อาจทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย และอาจเข้าไปสู่เส้นเลือดที่เลี้ยงดวงตาทำให้ตาบอดได้

 

ภาวะแทรกซ้อนในระยะแรก

  • อาจมีอาการปวด บวมแดง นูน เป็นก้อน
  • การติดเชื้อเฉียบพลัน

 

ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

  • เกิดตุ่ม ก้อน และบวม ใต้ผิวหนัง ในภายหลังจากการติดเชื้อหรือการแพ้
  • มีหนองหรือน้ำเหลืองซึมจากการใช้ฟิลเลอร์ถาวร

 

ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอม หรือไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างร้ายแรง เส้นเลือดแตกหรืออุดตัน เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ เนื่องจากฟิลเลอร์ปลอมเข้าไปในกระแสเลือดสู่สมอง รวมถึงการแพ้สารฟิลเลอร์ ที่อาจส่งผลต่อชีวิตได้

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

การฉีดฟิลเลอร์ราคาในแต่ละจุดจะแตกต่างกัน รวมไปถึงยี่ห้อ รุ่น ที่เลือกใช้ก็จะมีราคาแตกต่างกันเช่นกัน โดยบริเวณยอดนิยมที่ฉีดฟิลเลอร์ มีทั้งหมด 7 จุด คือ ใต้ตา ปาก คาง ร่องแก้ม จมูก ขมับ และหน้าผาก อีกทั้งฉีดฟิลเลอร์ราคาในแต่ละคลินิกก็แตกต่างกันไปตามโปรโมชั่น ผู้ที่สนใจจะฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาราคาฉีดฟิลเลอร์ของแต่ละคลินิก

ตัวอย่างราคาฉีดฟิลเลอร์ต่อ 1 cc โดยประมาณ 

*ราคาฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นที่ใช้ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก อาจมีราคาแตกต่างจากนี้

  • ราคาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาประมาณ 8,000 บาทขึ้นไป
  • ราคาฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาประมาณ 13,000 บาทขึ้นไป
  • ราคาฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาประมาณ 9,900 บาทขึ้นไป
  • ราคาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาประมาณ 9,900 บาทขึ้นไป
  • ราคาฉีดฟิลเลอร์ขมับ ราคาประมาณ 11,000 บาทขึ้นไป
  • ราคาฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ราคาประมาณ 14,000 บาทขึ้นไป

ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ไหม

ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ไหม? หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วหากต้องการฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ แต่ต้องเป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid เท่านั้นถึงจะฉีดสลายออกหมด


การฉีดสลายฟิลเลอร์สามารถทำได้โดยการฉีดเอนไซม์ Hyaluronidase บริเวณที่ต้องการจะแก้ไข โดยเอนไซม์ Hyaluronidase จะเข้าไปย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิกได้


ก่อนการฉีดสลายฟิลเลอร์แพทย์จะทำการสอบถามข้อมูลคนไข้เพื่อคำนวณปริมาณยาที่ต้องใช้ในการฉีดสลายฟิลเลอร์ เช่น ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ฉีดมา Serial No. ฟิลเลอร์เป็นของแท้หรือไม่ ฉีดในตำแหน่งใด ระยะเวลาการฉีด เป็นต้น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม

หากใช้ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid จะมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากเป็นการเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ได้ และสามารถสลายหายไปเองได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากยี่ห้อฟิลเลอร์ ที่ต้องเป็นของแท้เท่านั้น และ ประสบการณ์ ความชำนาญของแพทย์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะเลือดคั่ง (Hematoma) ที่เกิดจากการฉีดเข้าเส้นเลือด

 

ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน กี่วันเห็นผล ?

ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน? ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วันถึงจะหาย? โดยปกติแล้ว ผลข้างเคียงที่เกิดที่อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์คือ รอยแดงจากเข็ม จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน และรอยฟกช้ำจะหายไปได้เองภายใน 7-14 วัน รวมถึงอาจมีอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งจะหายบวมได้เองภายใน 7-14 วัน ฟิลเลอร์ถึงจะเข้าที่และค่อยๆ เห็นผล

 

ฟิลเลอร์ สามารถฉีดหลุมสิวได้ไหม

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดหลุมสิวได้ ฟิลเลอร์หลุมสิวนับเป็นหนึ่งวิธีแก้ปัญหาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น โดยใช้สารเติมเต็มชนิด Hyarulonic Acid ฉีดเข้าไปบริเวณหลุมสิว เพื่อให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ผิวดูอิ่มขึ้น เต่งตึงขึ้น โดยไม่ทิ้งรอยแผล รอยดำ ฟิลเลอร์หลุมสิวจะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือนก็จะค่อยๆ สลายไปเอง หากไม่ได้มาเติมซ้ำ วิธีนี้จึงไม่ใช่การรักษาที่เหมาะสมในระยะยาว

 

ฟิลเลอร์ สามารถอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานแค่ไหน โดยประมาณแล้ว ระยะเวลาของฟิลเลอร์จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด รวมไปถึงการดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์ด้วย

 

ฉีดฟิลเลอร์ แล้วเป็นสิวไหม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นสิวสามารถเกิดได้ตามปกติของสภาพผิว หรือปัจจัยแวดล้อม อีกหนึ่งกรณีคือหากฉีดฟิลเลอร์แล้วสิวขึ้น เป็นผื่น บวม แดง ผิวหนังเกิดการอักเสบอาจเกิดจากการแพ้ฟิลเลอร์ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยตรง

 

สรุป

ฟิลเลอร์ หรือ Fillerคือ สารเติมเต็มที่ช่วยแก้ไขปัญหาบนใบหน้า โดยสารที่นิยมใช้คือ สารไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ไม่ว่าจะฉีดเพื่อเติมเต็มส่วนที่ลึก โหล ตอบ บนใบหน้าให้ดูสมส่วน หรือช่วยปรับ ยกกระชับใบหน้า รวมไปถึงฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และริมฝีปาก
การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ ควรเลือกจากฟิลเลอร์ที่ได้รับอย.เท่านั้น ไม่ควรใช้ฟิลเลอร์ปลอมเพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้

 

นอกเหนือจากนี้ ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และควรเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อประเมินปริมาณการใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับจุดที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์


สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาผิว ความสวยความงามต่างๆ รวมถึงอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิลเลอร์ว่าตนเองเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหน? ผิวตนเองควรฉีดฟิลเลอร์ไหม? เป็นสิวหนักมากแต่อยากฉีดฟิลเลอร์ ทำได้ไหม? หรือหัตถการความงามอื่นๆ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX เพื่อพบกับแพทย์ออนไลน์โดยตรงได้เลย


พิเศษสำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดแอปฯ SkinX ครั้งแรก ปรึกษากับแพทย์ผิวหนังฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX ติดมือถือไว้เลย เพื่อพบกับโปรสกินแคร์ และดีลความงามจากคลินิกดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดีลโบหน้าเรียว ดีลเคลียร์สิว หน้าใส เพราะผิวดีไม่ต้องรอ!

 

อ้างอิง

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ใช้งานครั้งแรกปรึกษาฟรี
Tips & Tricks
สาระน่ารู้และข่าวประชาสัมพันธ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า