SkinX Team

14 มกราคม 2566

ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) สารเติมเต็มที่ช่วยให้ผิวอิ่มฟูได้จริงไหม?

ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)

กรดไฮยาลูโรนิก หรือ Hyaluronic Acid (HA) คือสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นในด้านการอุ้มน้ำ ทำให้ผิวของเรายังคงความชุ่มชื้นและเต่งตึง หากร่างกายขาดสารไฮยาลูโรนิกแล้ว ผิวหนังของเราจะขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้งลง ผิวบางลง รวมถึงยังเกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย

 

ทำความรู้จักกับ SkinX แอปพลิเคชันสำหรับพบหมอผิวหนังออนไลน์ ที่ได้รวบรวมเหล่าทีมแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำมากมาย มาให้คำปรึกษาด้านผิวหนังโดยเฉพาะ หรือจะปรึกษาเรื่องหัตถการความสวยความงามก็ปรึกษาได้ ทั้งฟิลเลอร์ เลเซอร์ SkinX ก็พร้อมให้คำปรึกษา สำหรับลูกค้าใหม่ ปรึกษาแพทย์ครั้งแรก ไม่มีค่าใช้จ่าย ฟรี!

 

ในบทความนี้ SkinX จะพามาทำความรู้จักเกี่ยวกับสารกรดไฮยาลูโรนิกให้มากขึ้นว่า สารกรดไฮยาลูโรนิกคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ใช้ฉีดฟิลเลอร์ดีไหม รวมถึงไขข้อสงสัย ทำไมถึงเป็นส่วนผสมยอดนิยมที่ใครหลายๆ คนมองหาในสกินแคร์


 

ไฮยาลูรอน หรือ ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) คืออะไร


Hyaluronic Acid (HA) หรือ กรดไฮยาลูโรนิก คือ สารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย ถูกผลิตขึ้นบริเวณผิวหนังชั้นใน (Dermis) มีปริมาณมากในเนื้อเยื่อภายนอกเซลล์และคอยยึดจับโปรตีนคอลลาเจนเข้าไว้ด้วยกัน มีคุณสมบัติเด่นเป็นสารอุ้มน้ำ ช่วยให้ผิวหนังสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ ส่งผลให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและเต่งตึง นอกจากนี้สารไฮยาลูรอนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกอ่อนตามข้อต่อในร่างกาย เพราะสารไฮยาลูรอนนี้จะช่วยหล่อลื่นข้อต่อไม่ให้เสียดสีกัน


กรดไฮยาลูโรนิก (HA) เป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Polysaccharide ซึ่งมีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกาย และร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายของคนเราจะผลิตสารกรดไฮยาลูโรนิก และเส้นใยคอลลาเจนได้น้อย และช้าลงเรื่อยๆ โดยทั่วไปแล้วผิวหนังจะเริ่มเสื่อมเมื่ออายุเกิน 20 ปี ผิวจะเริ่มขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้ง ผิวบางลง และขาดความยืดหยุ่น ต่อมาก็จะเริ่มมีริ้วรอย ร่องลึก ผิวเหี่ยวย่น และหย่อนคล้อย

 

ดังนั้นทางการแพทย์จึงได้ทำการสังเคราะห์ไฮยาลูรอน ขึ้นมา เพื่อทดแทนสารไฮยาลูโรนิกที่ร่างกายสร้างขึ้น

 

คุณสมบัติของกรดไฮยาลูโรนิก


คุณสมบัติเด่นของกรดไฮยาลูโรนิกคือ สามารถกักเก็บน้ำไว้บนผิวหนังได้ดีมาก ทำให้ผิวยังคงความชุ่มชื้น เรียบเนียน ผิวไม่แห้ง ผิวมีความยืดหยุ่นและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้สารกรดไฮยาลูโรนิกยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ดังนี้

 

  • กรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ในชั้นผิวหนังแท้ หรือผิวหนังชั้นใน

  • กรดไฮยาลูโรนิกช่วยกรองรังสี UV ที่เป็นต้นเหตุทำให้ผิวคล้ำแดด ผิวแห้ง และริ้วรอยก่อนวัยอันควร

  • กรดไฮยาลูโรนิกช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระ

  • สารกรดไฮยาลูโรนิกช่วยหล่อลื่นกระดูกข้อต่อไม่ให้เสียดสีกัน

 

สารกรดไฮยาลูโรนิกทำมาจากอะไร

 

สารไฮยาลูโรนิก แอซิด หรือกรดไฮยาลูรอน แต่เดิมนั้นได้มาจากสัตว์ เช่น ไก่ ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงเมื่อนำมาใช้รักษาในคน เช่น เกิดการแพ้ บวมแดง ก่อนจะนำมาใช้สำหรับการรักษาจะต้องทำการทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนังก่อน 

 

ต่อมาจึงมีการสังเคราะห์สารไฮยาลูโรนิก แอซิดขึ้นโดยกระบวนการสังเคราะห์สารชีวโมเลกุล จากสารโมเลกุลเล็ก หรือเรียกว่า Biosynthesis โดยแบคทีเรีย Streptococcus จะถูกนำมาสังเคราะห์เป็นกรดกรดไฮยาลูโรนิก

 

สำหรับสารกรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้ในฟิลเลอร์บางยี่ห้อมีการสังเคราะห์สารไฮยาลูโรนิกแอซิดที่เป็น Biocompatible Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid หรือ NASHA ขึ้นมา ทำให้เกิดการแพ้น้อย มีความปลอดภัย และมีความคงตัวสูง คือ ฟิลเลอร์ Restylane


 

กรดไฮยาลูโรนิกทำงานอย่างไร


Hyaluronic Acid เป็นโมเลกุลที่ซับซ้อนคล้ายสายโซ่ยาว มีหน่วยเล็กๆ หลายหน่วยเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นสารประกอบโมเลกุลขนาดใหญ่ และมีมวลโมเลกุลมากเรียกว่า พอลิเมอร์ (Polymer) สายโซ่จำนวนมากนี้ทำให้สารเคมีเกาะติดกันได้ ด้วยสาเหตุนี้สารไฮยาลูรอนจึงสามารถกักเก็บน้ำได้ถึงครึ่งแกลลอน ทำให้เป็นพอลิเมอร์ที่ดีที่สุดสำหรับการดูดซับน้ำ และเป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญสำหรับวงการเสริมความงามอย่างเช่น การฉีดฟิลเลอร์ หรือส่วนผสมในสกินแคร์


 

กรดไฮยาลูโรนิกช่วยอะไรบ้าง


ไฮยาลูรอน ถือเป็นสารสำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยทำให้เพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้า ลดการอักเสบของผิวหนัง และช่วยยับยั้งความสามารถของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ไฮยาลูรอนยังช่วยควบคุมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลากหลายรูปแบบ รวมถึงยังช่วยหล่อลื่นบริเวณข้อต่ออีกด้วย


ลดเลือนริ้วรอย

กรดไฮยาลูโรนิกช่วยอะไร

สารไฮยาลูโรนิก (HA) สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย ชะลอริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียน และช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวได้ดี เนื่องจากคุณสมบัติเด่นของกรดไฮยาลูโรนิกคือการกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว และช่วยในการพยุงโครงสร้างผิวเอาไว้ เมื่อผิวมีสารกรดไฮยาลูโรนิกเพียงพอก็จะช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนร่างกายได้

 

ปัจจุบันกรดไฮยาลูโรนิกถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงามเพื่อการชะลอผิวอย่างแพร่หลาย โดยการฉีดสารไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) เข้าสู่ผิวหน้า หรือหลังมือเพื่อช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกต่างๆ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว รวมถึงช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน

 

การฉีดสารกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ผิวหน้ามีผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ และรุ่นฟิลเลอร์ที่ฉีด นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังสามารถฉีดได้หลากหลายบริเวณ เช่น

 

  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากด้วยสารกรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยเติมเต็มรอยย่นบนหน้าผากที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น และช่วยแก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแบน รวมถึงรอยบุ๋มที่หน้าผากให้นูนขึ้น เรียบเนียนขึ้น

  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

การฉีดฟิลเลอร์ขมับด้วยไฮยาลูโรนิก แอซิดจะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยบริเวณหางตาให้เต่งตึงขึ้น รวมทั้งช่วยปรับใบหน้าโดยรวมให้สมดุล และได้สัดส่วน

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยสารเติมเต็มกรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตา ตาลึก ตาโหล เพื่อให้ผิวใต้ตากลับมาดูสดใส และชุ่มชื้นมากขึ้น

  • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มด้วยสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกจะช่วยเติมเต็มร่องแก้มลึก แก้ปัญหาการยุบตัวของกระดูกบริเวณร่องแก้มที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น และอิ่มฟูขึ้น

  • ฉีดฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คางด้วยสารกรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางเบี้ยว คางตัด ริ้วรอยบริเวณคาง ให้ดูเรียวสวย ดูอิ่มฟูขึ้น และเรียบเนียน

  • ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปากด้วยสารเติมเต็มกรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยเติมเต็มริ้วรอยที่ริมฝีปาก ริมฝีปากบาง ปากแห้งตกร่องให้ดูชุ่มชื้นขึ้น อวบอิ่ม ไม่แห้งและตกร่อง

 

โรคข้อเสื่อม

ตามธรรมชาติแล้วร่างกายจะผลิตสารกรดไฮยาลูโรนิกที่ทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นบริเวณข้อต่อของกระดูก และช่วยลดแรงกระแทกบริเวณข้อต่อ เมื่อสารไฮยาลูโรนิกบริเวณกระดูกข้อต่อมีปริมาณลดน้อยลงจะทำให้กระดูกเกิดการเสียดสีกันจนเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดบริเวณข้อต่อได้ หรือเกิดโรคข้อกระดูกอักเสบ

 

การฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) หรือน้ำเลี้ยงข้อเทียม ที่มีลักษณะเป็นของเหลว มีความหนืดข้นจะช่วยรักษาโรคข้อเสื่อมต่างๆ ในระยะต้นถึงปานกลาง เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) เป็นต้น สารกรดไฮยาลูโรนิกทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นและดูดซับแรงกระแทกให้กับกระดูกอ่อนผิวข้อ ช่วยให้กระดูกอ่อนของข้อต่อเคลื่อนไหว และไม่เกิดความเสียหายจากการเสียดสีกัน ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของข้อต่อ

 

นอกจากนี้การรักษาโรคข้อเสื่อมโดยการฉีดสารไฮยาลูโรนิกร่วมกับเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ในบางกรณียังสามารถให้ผลการรักษาดีกว่าเดิม

 

โรคต้อกระจกตา

กรดไฮยาลูโรนิก แอซิด สามารถเป็นเครื่องมือช่วยหนืดระหว่างการผ่าตัดโรคต้อกระจกตา (Cataract) และสารกรดไฮยาลูโรนิกนี้ยังช่วยหล่อลื่น ปกป้องเยื่อบุกระจกตาได้ นอกจากนี้สารกรดไฮยาลูโรนิกยังนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำตาเทียม (Artificial tear) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หล่อลื่นลูกตา และลดการระคายเคืองในลูกตา สำหรับคนที่มีปัญหาตาแห้งอีกด้วย

 

ช่วยบรรเทาอาการแผลไฟไหม้

สารไฮยาลูโรนิกสามารถช่วยบรรเทาอาการของแผลไฟไหม้ และยังสามารถช่วยลดขนาดของบาดแผลได้ โดยการทาสารกรดไฮยาลูโรนิกไปบริเวณที่เกิดแผลไฟไหม้ นอกจากนี้สารกรดไฮยาลูโรนิกยังสามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และช่วยสมานแผลให้แผลหายเร็วขึ้นได้


 

กรดไฮยาลูโรนิก ใช้งานตอนไหน


สารไฮยาลูโรนิกสามารถนำมาใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสารกรดไฮยาลูโรนิกเข้าสู่ผิวหน้า หรือที่เรียกกันว่าการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ดูชุ่มชื้น เติมเต็มใบหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น หรือจะใช้กรดไฮยาลูโรนิกทาเป็นสกินแคร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว รวมไปถึงการใช้สารกรดไฮยาลูโรนิกเพื่อรักษาโรคข้อเสื่อม ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา เร่งสมานแผลต่างๆ เช่น แผลจากไฟไหม้ เป็นต้น


อ่านบทความเกี่ยวกับฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่ : ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? เห็นผลจริงไหม ฉีดแล้วช่วยอะไรบ้าง?


 

กรดไฮยาลูโรนิกนำมาใช้ทำอะไรได้บ้าง

 

ในปัจจุบันกรดไฮยาลูโรนิกถูกนำมาสังเคราะห์เพื่อทดแทนในส่วนที่ร่างกายผลิตน้อยลง และถูกนำมาใช้ในด้านการเสริมความงามมากขึ้น ดังนี้

 

  • สารเติมเต็มในการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดกรดไฮยาลูโรนิก

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทหนึ่งที่ใช้สารกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เป็นส่วนประกอบหลัก สารกรดไฮยาลูโรนิกในฟิลเลอร์ถูกผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบสารกรดไฮยาลูโรนิกที่อยู่ในร่างกาย เพื่อทดแทนที่ร่างกายสูญเสียไป 

 

สารเติมเต็มกรดไฮยาลูโรนิกในฟิลเลอร์มีลักษณะเป็นเนื้อเจล ใช้ฉีดเพื่อเสริมชั้นกระดูก และส่วนที่เป็นร่องริ้วรอยจากอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม หน้าผาก รวมถึงฉีดหลังมือ การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยลดริ้วรอยบนผิวหน้า และช่วยเสริมรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น

 

  • เป็นส่วนผสมของครีมบำรุงต่างๆ

ครีมกรดไฮยาลูโรนิก

กรดไฮยาลูโรนิกมีคุณสมบัติอุ้มน้ำที่ดี จึงมีการนำเอาสารกรดไฮยาลูโรนิกมาเป็นส่วนผสมลงในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเครื่องสำอางหลากหลายรูปแบบ เช่น ครีมกรดไฮยาลูโรนิก โลชั่นกรดไฮยาลูโรนิก เป็นต้น เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นให้แก่ผิว โดยได้พัฒนาขนาดโมเลกุลของสารกรดไฮยาลูโรนิกให้มีขนาดเล็กลง สามารถซึมเข้าสู่ผิวจากภายนอกได้

 


ไฮยาลูโรนิก อันตรายไหม


สารกรดไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) เป็นสารที่ถูกสร้างเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกาย จึงค่อนข้างมีความปลอดภัย สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ ทั้งนี้ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นการฉีดเข้าสู่ผิวหนัง หรือการทาบนผิว รวมถึงการรับประทานสารกรดไฮยาลูโรนิกในรูปแบบอาหารเสริม และควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


หากฉีดฟิลเลอร์ด้วยสารกรดไฮยาลูโรนิกควรฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการฉีดที่ผิดพลาด และผลอันตรายตามมา เช่น เส้นเลือดอุดตัน การติดเชื้อเฉียบพลัน ตาบอด เป็นต้น


 

กรดไฮยาลูโรนิก กินได้ไหม


ในปัจจุบันสารกรดไฮยาลูโรนิกในรูปแบบของอาหารเสริม หรือยายังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลาย เพราะจะใช้ในคนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น ใช้รักษาผู้ป่วยโรคข้อกระดูกอักเสบ โดยจะรับประทาน Hyaluronic Acid วันละ 80-200 มิลลิกรัม เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวเข่า หรืออาการไหล่ติด ข้อติด ได้ในระดับปานกลาง เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน และการรับประทานสารกรดไฮยาลูโรนิกนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ร่วมด้วย


 

ข้อดีการฉีดไฮยาลูโรนิก

 

ข้อดีของการฉีดกรดไฮยาลูโรนิกนั้นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังแล้ว ยังสามารถรักษาโรค และอาการต่างๆ ได้ ดังนี้

  • สารไฮยาลูโรนิกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

  • การฉีดสารกรดไฮยาลูโรนิกช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ บนใบหน้าได้

  • กรดไฮยาลูโรนิกสามารถเติมเต็มร่องลึกต่างๆ บนใบหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็น ขมับตอบ ร่องแก้มตอบ หน้าผากยุบ หน้าผากแบน เป็นต้น

  • ในด้านความงาม การฉีดกรดไฮยาลูโรนิกสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น

  • การฉีดไฮยาลูโรนิกช่วยหล่อลื่นบริเวณข้อต่อ และช่วยรักษาโรคข้อเสื่อม

  • สามารถยับยั้งความสามารถของระบบภูมิคุ้นกัน

  • ฉีดกรดไฮยาลูโรนิกสามารถลดการอักเสบที่ผิวหนังได้

  • สารไฮยาลูโรนิกช่วยบรรเทาแผลไฟไหม้

  • กรดไฮยาลูโรนิกสามารถช่วยรักษาตาต้อกระจก


 

ข้อจำกัดการฉีดไฮยาลูโรนิก


ข้อจำกัดในการฉีดไฮยาลูโรนิกอาจจะยังพบไม่มากนักแต่ก็มีกลุ่มคนที่ควรเลี่ยงเลี่ยงการฉีดสารไฮยาลูโรนิก ดังนี้

 

  • ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์

  • ผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร

  • ผู้ที่รับการฉายรังสี

 

ไฮยาลูโรนิก ผลข้างเคียง


การฉีดสารไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) สำหรับวงการเสริมความงามอย่างฉีดฟิลเลอร์นั้น หากฉีดฟิลเลอร์แท้ ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ ฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรอง มีวิธีการเก็บรักษาฟิลเลอร์อย่างถูกต้องนั้น การฉีดฟิลเลอร์ก็แทบจะไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย นอกจากผลข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ จากรอยเข็ม อาการบวมเล็กน้อยหลังฉีดฟิลเลอร์ แต่รอยเหล่านี้จะหายไปได้เองภายใน 7-14 วัน
ในกรณีที่พบผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นสารกรดไฮยาลูโรนิก อาจเกิดอาการบวมมาก หรือมีผื่นแดงคัน ควรรีบเข้าปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ โดยจะใช้สาร Hyaluronidase เพื่อฉีดสลายฟิลเลอร์


 

สรุป


สารไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกาย สามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นเป็นสารอุ้มน้ำ ทำให้ผิวของเรายังมีความชุ่มชื้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้นสารกรดไฮยาลูโรนิกในร่างกายจะลดน้อยลง ทางการแพทย์จึงได้สังเคราะห์สารกรดไฮยาลูโรนิกขึ้นเพื่อทดแทนสารกรดไฮยาลูโรนิกในร่างกายที่สูญเสียไป ปัจจุบันสารไฮยาลูโรนิก แอซิดถูกนำไปรักษาในทางการแพทย์อย่างหลากหลาย รวมถึงในวงการเสริมความงาม อย่างเช่น การฉีดฟิลเลอร์ และนำไปเป็นส่วนผสมของสกินแคร์


สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาผิว หรือหัตถการความงามอย่าง “ฉีดฟิลเลอร์” หรือหัตถการความงามอื่นๆ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX เพื่อปรึกษาแพทย์ออนไลน์โดยตรงได้เลย


พิเศษสำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดแอปฯ SkinX ครั้งแรก ปรึกษากับแพทย์ผิวหนังฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย


ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX ติดโทรศัพท์ไว้ได้เลย เพื่อพบกับโปรสกินแคร์ และดีลความงามจากคลินิกดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดีลลดฝ้า ดีลโบหน้าเรียว เพราะผิวดีไม่ต้องรอ!


 

อ้างอิง

Brooks L. (2017, April 24). Where Does Hyaluronic Acid Come From?. Sciencing. https://sciencing.com/hyaluronic-acid-come-from-7169309.html

 

Goa K, Benfield P. (1994). Hyaluronic acid. A review of its pharmacology and use as a surgical aid in ophthalmology, and its therapeutic potential in joint disease and wound healing. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/7514978/#:~:text=Hyaluronic%20acid%20is%20a%20naturally,corneal%20endothelium%20is%20well%20established

 

Hyaluronic Acid – Uses, Side Effects, And More. (n.d.) WebMD. https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-1062/hyaluronic-acid

 

Hyaluronic Acid. (2022, May 4). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/articles/22915-hyaluronic-acid



ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ใช้งานครั้งแรกปรึกษาฟรี
Tips & Tricks
สาระน่ารู้และข่าวประชาสัมพันธ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า