ผิวพรรณและความงาม
6 เมษายน 2569

กระเนื้อ เป็นหนึ่งในปัญหาผิวหนังที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคน แม้ว่ากระชนิดนี้จะไม่ใช่โรคร้าย แต่การปล่อยทิ้งไว้หรือดูแลรักษาไม่ถูกวิธี อาจทำให้กระเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น จนทำให้หลายคนเสียความมั่นใจได้
SkinX จะพาไปเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุ ลักษณะ ไปจนถึงแนวทางการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
Key Takeaways
สารบัญบทความ

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) คือ เป็นเนื้องอกผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง (Benign skin tumor) ที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ทำให้เกิดตุ่มนูนสีน้ำตาลหรือสีดำบนผิวหนัง
ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้น และโดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
กระเนื้อระยะแรกอาจมองเห็นเป็นเพียงจุดดำหรือรอยด่างสีน้ำตาลเล็ก ๆ บนผิวหนัง ต่อมาจะค่อย ๆ นูนขึ้นและมีผิวขรุขระ ลักษณะเด่นคือเหมือนมีตุ่มนูน ขรุขระ คล้ายแปะติดอยู่บนผิวหนัง (stuck-on appearance) ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรค สีของกระเนื้ออาจแตกต่างกันไป ตั้งแต่สีเนื้อ สีน้ำตาลอ่อน ไปจนถึงสีดำเข้ม บางครั้งอาจพบว่าผิวหนังเหมือนรอยไหม้ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นตุ่มมะเร็งหรือตุ่มเนื้อชนิดอื่น ๆ
โดยส่วนใหญ่แล้วกระเนื้อจะไม่มีอาการเจ็บปวด แต่อาจเกิดการระคายเคืองได้หากมีการเสียดสี

กระเนื้อสามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วนของร่างกาย โดยบริเวณที่พบบ่อยที่สุดคือ ผิวหน้า ซึ่งอาจปรากฏเป็นกระเนื้อบนหน้า กระเนื้อใต้ตา หรือกระเนื้อที่หน้าบริเวณขมับหรือหน้าผาก นอกจากนี้ ยังอาจพบกระเนื้อที่คอซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิวหนังเช่นกัน
ในขณะที่บางคนอาจมีกระเนื้อขึ้นตามตัว โดยมักพบว่าผิวหนังเป็นจุดน้ำตาล สีดําที่ขา แขน รวมถึงบริเวณใต้ร่มผ้า ทั้งลำตัว หน้าอก และแผ่นหลัง
หลายคนสงสัยว่ากระเนื้อเกิดจากอะไร ปัจจัยที่มีส่วนกระตุ้นมีดังนี้
กระเนื้อเป็นเนื้องอกผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง และโดยทั่วไปไม่พัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนัง อย่างไรก็ตาม มะเร็งผิวหนังบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายกระเนื้อได้ หากมีลักษณะผิดปกติ เช่น โตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ มีเลือดออก หรือคันมาก ควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย

การมีจุดสีน้ำตาลขึ้นตามตัว รักษาได้หลายวิธี ได้แก่
หากต้องการกำจัดจุดสีน้ําตาลบนผิวหนังหรือกระเนื้ออย่างปลอดภัย สามารถปรึกษาแพทย์ผ่านแอปพลิเคชัน SkinX เพื่อรับคำแนะนำที่ตรงจุดได้เลย
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีสามารถชะลอการเกิดกระเนื้อ หรือลดจำนวนกระที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้ เพราะรังสี UV เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวหนังเป็นรอยดำที่อาจพัฒนาไปเป็นกระเนื้อได้ ตัวอย่างวิธีป้องกัน เช่น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA สูงเป็นประจำ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หรือการสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด
กระเนื้อที่รักษาแล้วมักไม่กลับมาเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิม แต่สามารถเกิดกระเนื้อใหม่ในบริเวณอื่นได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น
กระเนื้อโดยทั่วไปไม่หายไปเอง และมักค่อย ๆ มีขนาดใหญ่ขึ้นตามเวลา
กระเนื้อเป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้ทั่วไป เกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม อายุ หรือแสงแดด แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นเนื้อร้าย และปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่จะช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง เช่น โปรแกรมเลเซอร์หรือการผ่าตัด
หากมีความกังวลเกี่ยวกับจุดด่างดำ โรคมะเร็งผิวหนัง หรือต้องการกำจัดกระเนื้ออย่างถูกต้อง การปรึกษาแพทย์ผิวหนังคือทางออกที่ดีที่สุด SkinX คือแอปพลิเคชันที่พร้อมให้คำปรึกษาโดยแพทย์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ปรึกษาหมอได้ทุกปัญหาผิว รู้ค่าบริการได้ก่อน แถมยังมีบริการส่งยาตรงถึงบ้าน หรือจะขอคำจากเภสัชกรก็สะดวกเช่นกัน ดาวน์โหลดได้เลยทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ
ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!
อ้างอิง
Cleveland Clinic medical professional. (2021, August 27). Seborrheic Keratosis. Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21721-seborrheic-keratosis
Krista O'Connell and Laura Goldman. (2024, May 24). Seborrheic Keratosis. Healthline. https://www.healthline.com/health/seborrheic-keratosis
Mayo Clinic Staff. (2022, January 18). Seborrheic keratosis. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/seborrheic-keratosis/symptoms-causes/syc-20353878
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด