SkinX Team

4 พฤศจิกายน 2565

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายจริงไหม ควรฉีดฟิลเลอร์ดีไหม? คลายข้อสงสัย กับ SkinX

ฟิลเลอร์อันตรายไหม

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ฉีดฟิลเลอร์ดีไหม หลายๆ คนอาจเกิดคำถามนี้ขึ้นเมื่อกำลังจะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์นั้นควรกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีความรู้เฉพาะทางเท่านั้น ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์กับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือหมอกระเป๋าเพราะอาจเกิดผลอันตรายตามมาได้

 

ในบทความฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม SkinX จะพามาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ว่าอันตรายจริงไหม ควรฉีดฟิลเลอร์ดีไหม ความเสี่ยงที่อาจได้รับจากการฉีดฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง รวมถึงให้ข้อมูลก่อนการตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

 

ทำความรู้จักกับ SkinX แอปพลิเคชันพบหมอผิวหนังออนไลน์ ที่ได้รวบรวมเหล่าทีมแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำมากมายถึง 210 คน มาให้คำปรึกษาด้านผิวหนังโดยเฉพาะ รวมถึงให้คำปรึกษาด้านหัตถการความงามอย่าง “ฉีดฟิลเลอร์” ด้วย

พิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ ปรึกษาแพทย์ครั้งแรก ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

การฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร?

 

การฉีดฟิลเลอร์ (Dermal Filler) คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ผิวหน้าบริเวณต่างๆ เช่น หน้าผาก ขมับ ร่องแก้ม ใต้ตา ปาก เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณใบหน้าให้ดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล เรียบเนียน รวมถึงช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ในประเทศไทยจะเป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) ที่จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูรอนที่ร่างกายสูญเสียไปเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น 

การฉีดสาร Hyaluronic Acid เข้าสู่ผิวจะช่วยเติมเต็มในชั้นผิวหนังให้มีความยืดหยุ่น เต่งตึง เรียบเนียน ดูสุขภาพดี รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยได้

สารในฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง?

สารเติมเต็มในฟิลเลอร์มีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

 

1.ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary Filler)

ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary Filler) คือ ฟิลเลอร์ที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง โดยฟิลเลอร์แบบชั่วคราวที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ ฟิลเลอร์ชนิดสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ 

เมื่อฟิลเลอร์สลายตัว สามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ สารเติมเต็มไฮยาลูรอนนี้เป็นสารชนิดเดียวที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย หรือ อย.ไทย

 

2.ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler)

ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) คือ ฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถย่อยสลายเองได้หมด สามารถอยู่ได้นานถึง 2-5 ปี ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรนี้จะมีความปลอดภัยน้อยกว่าฟิลเลอร์แบบชั่วคราว เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เนื่องจากไม่สามารถย่อยสลายเองได้หมด เมื่อฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้ไปนานๆ อาจเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือการอักเสบตามมา ทำให้รักษาได้ยาก

ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรยังไม่ผ่านอย.ในประเทศไทย แต่มีใช้ในต่างประเทศ ตัวอย่างของสารฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร เช่น สารแคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite) สาร PLLA (Poly-L-lactic acid) และ สาร Polyalkylimide

 

3.ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent Filler)

ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent Filler) คือฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวรไม่สามารถย่อยสลายเองได้ และเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านอย.ไทย ฟิลเลอร์แบบถาวรมีผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ฟิลเลอร์ย้อยผิดรูป ฟิลเลอร์ไหล หรือฟิลเลอร์กลายเป็นพังผืด การรักษาทำได้เพียงผ่าตัดออก หรือขูดออกเท่านั้น ไม่มียาสลายฟิลเลอร์

ตัวอย่างของสารเติมเต็มฟิลเลอร์แบบถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน และ สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate microspheres) หลังฉีดสารเหล่านี้ไปแล้วผิวจะไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้ตกค้างอยู่ในชั้นผิว และเป็นอันตรายตามมา

 

กฎหมายกับการอนุมัติการฉีดฟิลเลอร์ในไทย

 

กฎหมายกับการฉีดฟิลเลอร์ในไทยพบว่ายังมีช่องว่างทางกฎหมายอยู่ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีข้อกำหนดชัดเจนในเรื่องการแยกประเภทสถานพยาบาลเพื่อเสริมความงามโดยเฉพาะ ทำให้อาจเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคตามมา ได้แก่

 

  1. สถานที่ให้บริการ หรือคลินิกฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีอุปกรณ์ที่เพียงพอต่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับหัตถการเสริมความงาม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ หรือคลินิกไม่ใส่ใจในเรื่องการทำความสะอาดอุปกรณ์ หรือการแยกขยะติดเชื้อ

  2. คลินิกบางแห่งอาจให้ผู้ช่วยแพทย์ หรือลูกจ้างเป็นคนลงมือฉีดฟิลเลอร์

  3. แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์อาจไม่ใช่แพทย์ที่จบเฉพาะทางในด้านผิวหนังและความงาม

 

ในปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ในประเทศไทยเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น ฟิลเลอร์หลายยี่ห้อได้รับการผ่านจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่กลับยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดแยกประเภทสถานพยาบาลเพื่อการศัลยกรรมความงามโดยเฉพาะ 

ทำให้สถานที่ประกอบกิจการศัลยกรรมความงามต้องไปใช้มาตรการ ลักษณะการบริการเครื่องมือตามที่กำหนดไว้สำหรับสถานพยาบาลประเภทเพื่อประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งไม่เพียงพอต่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับการทำศัลยกรรมความงาม อย่างเช่น การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือฉีดโบท็อกซ์ (Botox) 

เนื่องจากการประกอบกิจการศัลยกรรมความงามนั้นต้องมีเครื่องมือที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง หรือยาควบคุมพิเศษ เช่น ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ ตลอดจนการควบคุมดูแลการติดเชื้อและความสะอาด

นอกจากนี้ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่คอยดูแลคลินิกเสริมความงามอย่างชัดเจน ส่งผลให้คลินิกหลากหลายแห่งให้ผู้ช่วยแพทย์ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง เป็นคนรักษาคนไข้ หรือฉีดฟิลเลอร์ให้กับผู้ใช้บริการโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมการทำศัลยกรรมความงามของแพทย์ ทำให้แพทย์ทั่วไปก็สามารถทำศัลยกรรมความงามได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านศัลยกรรม

 

อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายออกมาอย่างชัดเจนเรื่องการกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้ารับหัตถการเสริมความงามอย่างเช่น ฉีดฟิลเลอร์ ทำให้หลายๆ คนเกิดความสงสัยว่าอายุเท่าไรถึงฉีดฟิลเลอร์ได้ 

 

สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ แต่ทั้งนี้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากจะเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน และต้องได้รับการยินยอมแล้วเท่านั้น 

 

“อย.ประเทศอเมริกา (FDA) กำหนดไว้ว่าผู้ฉีดฟิลเลอร์ต้องมีอายุ 22 ปี หรือมากกว่า ถึงจะทำการฉีดฟิลเลอร์ได้”

ถึงแม้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับสถานพยาบาลเพื่อการศัลยกรรมความงามโดยเฉพาะยังไม่ออกมาอย่างชัดเจน ผู้ที่ต้องการเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาคลินิกที่จะเข้ารับบริการอย่างถี่ถ้วนเพื่อป้องกันการเกิดเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ไทยได้ที่ : ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? เห็นผลจริงไหม ฉีดแล้วช่วยอะไร ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.มีอะไรบ้าง?

 

ความเสี่ยงที่ได้อาจได้รับจากการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม

 

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม หลายๆ คนอาจเกิดคำถามนี้ขึ้นเมื่อกำลังจะเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ ความเสี่ยงที่อาจได้รับจากการฉีดฟิลเลอร์นั้นสามารถเกิดได้หลากหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความรู้ ความเชี่ยวชาญและความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการฉีดฟิลเลอร์ ประเภทฟิลเลอร์ที่ใช้ ฟิลเลอร์แท้/ปลอม ดังนี้

 

ความเสี่ยงจากความไม่ชำนาญของแพทย์

 

  • อาการปวด บวมแดง นูน เป็นก้อน หากแพทย์ไม่ระมัดระวังในระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ อาจเกิดการเจ็บบริเวณจุดที่ฉีดได้
  • การติดเชื้อฉับพลัน และการติดเชื้อแบบเรื้อรัง

  • เกิดภาวะฟกช้ำเนื่องจากเข็มผ่านเส้นเลือด

  • เส้นเลือดอุดตัน อาจทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย

  • หากฉีดฟิลเลอร์พลาดเข้าสู่เส้นเลือด อาจทำให้ตาบอดได้

  • เกิดฟิลเลอร์ไหลย้อยมากองรวมกัน หรือฟิลเลอร์เป็นก้อน เนื่องจากการฉีดด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง

ความเสี่ยงจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน หรือฟิลเลอร์ถาวร

 

  • หากฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าสู่ผิวหนังอาจเกิดตุ่ม ก้อน ผิวหนังขรุขระ และบวมใต้ผิวหนัง ภายหลังจากการติดเชื้อหรือการแพ้ฟิลเลอร์ปลอม

  • มีหนองหรือน้ำเหลืองซึมจากการใช้ฟิลเลอร์ถาวร

  • หากฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน หรือฟิลเลอร์ปลอม เช่น สารซิลิโคนเหลว อาจทำให้เกิดการอุดตัน หรือเส้นเลือดแตกได้

  • อาจเกิดการแพ้สารฟิลเลอร์ปลอม และส่งผลต่อชีวิต

  • การแก้ไขหากฉีดฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐานต้องขูดออกหรือผ่าตัดออกเท่านั้น

 

6 ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภคหากต้องการฉีดฟิลเลอร์

 ฉีดฟิลเลอร์ดีไหม

6 ข้อคำแนะนำสำหรับผู้บริโภคหากต้องการฉีดฟิลเลอร์ดีไหม และเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ดังนี้

 

1.หาสถานที่มีใบประกอบการ

ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ควรให้เวลาตัวเองในการเลือกหาคลินิกเวชกรรมเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน ดังนี้

 

  • ต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่อนุญาตจำนวน 11 หลัก ติดไว้ที่หน้าคลินิกอย่างชัดเจน

  • แสดงใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะให้เห็นอย่างชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ ในปัจจุบันสามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบคลินิกผ่านทางออนไลน์ได้

  • เลือกคลินิกที่มีแพทย์ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมประจำคลินิก

  • คลินิกต้องแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล และสามารถสอบถามอัตราค่ารักษาได้

  • คลินิกต้องมีการแสดงหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมประจำปีของปีปัจจุบัน

นอกจากดูเรื่องใบอนุญาตแล้ว ควรเลือกดูคลินิกที่สะอาด ปลอดภัย ภายในคลินิกมีการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างถูกต้อง ใช้ฟิลเลอร์แท้ มีเครื่องมือและอุปกรณ์ไม่เสื่อมสภาพ และมีอุปกรณ์ฉุกเฉินในกรณีที่เกิดปัญหา เช่น เกิดการแพ้ยา หรือแพ้ฟิลเลอร์ เป็นต้น

 

2.แพทย์ต้องเชี่ยวชาญและตรวจสอบได้

แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการต่างๆ เกี่ยวกับใบหน้าต้องสามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากฐานข้อมูลแพทยสภา มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ อีกทั้งแพทย์ที่รักษาควรจบเฉพาะทางด้านความงามหรือผิวหนังเท่านั้น เพราะต้องมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องกายวิภาคศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เกี่ยวข้อง มีการใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง เพื่อฉีดแก้ปัญหาบริเวณใบหน้าได้อย่างตรงจุด และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เช่น เนื้อตาย ฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด หรืออาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ 

 

นอกจากนี้แพทย์ควรเชี่ยวชาญในด้านการปรับรูปหน้า และการชะลอวัย เพื่อสามารถประเมินรูปหน้าของคนไข้ได้อย่างเหมาะสมว่า บริเวณไหนควรปรับแก้ หรือบริเวณไหนควรใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหน ยี่ห้อไหน และต้องใช้ฟิลเลอร์กี่ CC เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน

 

3.ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนการฉีด

ก่อนการเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งควรตรวจสอบฟิลเลอร์ให้แน่ใจก่อนว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ และเป็นฟิลเลอร์ยี่ห้อที่ผ่านการรับรองจากอย.ไทยเท่านั้น โดยตัวอย่างวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้เบื้องต้นมีดังนี้ 

 

  • ต้องมีเลขทะเบียนอย. และมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง

  • เลข Lot ที่กล่อง เลข Lot ที่หลอด เลข Lot ที่สติกเกอร์ ต้องตรงกัน

  • บอกวันหมดอายุอย่างชัดเจน

  • ฟิลเลอร์บางยี่ห้อสามารถสแกน QR Code ด้วยแอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ได้ เช่น ฟิลเลอร์ Restylane สามารถตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ได้ด้วยแอปพลิเคชัน Eztraker

  • สามารถโทรสอบถามเลข Lot ได้ที่บริษัทนำเข้าของแต่ละยี่ห้อฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์ Juvederm สามารถติดต่อสอบถามได้ที่บริษัทแอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) ฟิลเลอร์ Restylane สามารถสอบถามได้ที่บริษัทกัลเดอร์มา (ประเทศไทย) เป็นต้น

4.ห้ามซื้อฟิลเลอร์มาฉีดด้วยตัวเอง

ฉีดฟิลเลอร์เองอันตรายไหม การซื้อฟิลเลอร์มาฉีดด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจขาดความเชี่ยวชาญ ความรู้ และเทคนิคในการฉีดฟิลเลอร์ ส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ นอกจากนี้หากไปหาซื้อฟิลเลอร์มาจากแหล่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่บริษัทตัวแทนจัดจำหน่ายที่นำเข้าฟิลเลอร์อย่างถูกต้อง ฟิลเลอร์ที่ได้อาจมีคุณภาพไม่เทียบเท่ากับการนำเข้าจากบริษัทตัวแทน เพราะฟิลเลอร์ที่แอบนำเข้าเหล่านี้ไม่มีกระบวนการนำเข้าอย่างถูกวิธี รวมถึงอาจเจอฟิลเลอร์ปลอมได้

 

5.ดูรีวิวประกอบการตัดสินใจ

ก่อนการเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ที่คลินิกแต่ละแห่งควรดูรีวิวที่น่าเชื่อ ไม่ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ราคาถูกมากจนเกินไป ไม่โฆษณาเกินจริง เนื่องจากบางคลินิกอาจใช้ภาพรีวิวที่ผ่านการรีทัชรูปมาแล้ว (Photo Retouch) และควรเลือกคลินิกที่ไม่ขายคอร์สมากจนเกินไป หรือควรเลือกคลินิกที่มีหมอเป็นผู้ประเมินอย่างตรงไปตรงมา แจ้งคนไข้ตามจริงว่าควรทำหรือไม่ควรทำ รวมถึงควรหารีวิวจากในแหล่งที่เป็นกลางควบคู่กันไปด้วย ไม่ควรดูแต่รีวิวที่ทางคลินิกเป็นผู้โพสต์แต่เพียงผู้เดียว 

 

6.มีการนัดติดตามผลหลังฉีดฟิลเลอร์

ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกคลินิกที่มีการนัดติดตามผล และให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ และหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างใกล้ชิด มีช่องทางติดต่อที่คนไข้สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับแพทย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบเคสตนเองได้โดยตรง เพื่อให้ผลการฉีดฟิลเลอร์ออกมาดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด

 

ฉีดฟิลเลอร์หลายครั้ง อันตรายไหม

 

ฉีดฟิลเลอร์หลายครั้งไม่อันตราย หากฉีดฟิลเลอร์ด้วยสารที่สามารถย่อยสลายเองได้ อย่างสารเติมเต็มไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid : HA) ก็ปลอดภัย สามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 18-24 เดือน ไม่สามารถอยู่ได้ตลอด หากฟิลเลอร์สลายออกไปหมด โครงสร้างใบหน้าก็จะกลับมาคล้ายแบบเดิม ก็สามารถมาเติมใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่เป็นอันตราย

 

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายเสี่ยงตาบอดจริงไหม

 

อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ตาบอดโดยส่วนมากมักมาจากการฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ ไม่มีประสบการณ์ หรือหมอกระเป๋า หากฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้องอาจฉีดพลาดเข้าสู่เส้นเลือด เกิดการอุดตันเส้นเลือดในตา ส่งผลให้จอประสาทตาตาย ตาพร่ามัวและเสี่ยงตาบอดได้ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เสี่ยงตาบอด และอันตรายมากที่สุด คือการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์จมูก (ยังไม่ผ่านอย.ไทย) และฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีเส้นเลือดที่สำคัญเชื่อมโยงไปยังลูกตานอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์จมูก ก็เสี่ยงตาบอดมากด้วยเช่นกัน เนื่องจากบริเวณผิวหนังของจมูกมีแขนงของเส้นเลือดแดง (Facial artery) อยู่ในชั้นไขมัน หากฉีดเข้าเส้นเลือดแดงนี้โดยตรงจะทำให้เกิดการอุดตันในบริเวณแขนงเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตา

ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ควรเข้ารับการฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้ในด้านโครงสร้างของใบหน้า และมีความเชี่ยวชาญ ชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์

 

ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม

ฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากการฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase : HYAL) เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อสลายฟิลเลอร์ในกลุ่มไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เมื่อฉีดเข้าไปแล้วเอนไซม์จะลดการกักเก็บน้ำ ทำลายการยึกเกาะของฟิลเลอร์ และช่วยปรับสมดุลให้ผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์กลับมาใกล้เคียงกับผิวเดิมมากที่สุด 

การฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นการแก้ไขปัญหาการฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาด หรือฟิลเลอร์บวมเป็นก้อน ทั้งนี้ควรใช้ปริมาณอย่างเหมาะสม หากฉีดสลายฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากไปอาจทำอันตรายต่อชั้นผิวและคอลลาเจนที่มีอยู่ในผิวได้ 

 

สรุปฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

 

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายจริงไหม การฉีดฟิลเลอร์หากเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และใช้ฟิลเลอร์แท้ที่เป็นสารเติมเต็มไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid : HA) ก็มีความปลอดภัยสูงมาก ลดความเสี่ยงฉีดฟิลเลอร์ตาบอดหรือผลข้างเคียงอื่นๆ

สำหรับผู้ที่ไม่มั่นใจว่าตนเองควรฉีดฟิลเลอร์ดีไหม หรืออยู่ในช่วงกำลังตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ สามารถโหลดแอปพลิเคชัน SkinX เพื่อปรึกษากับแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง มีการรับรองด้านผิวหนังจากแพทยสภาได้โดยตรง และสามารถเลือกแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาได้ตามต้องการ

พิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ที่พึ่งโหลดแอปฯ  หรือยังไม่เคยใช้บริการ สามารถปรึกษาแพทย์ออนไลน์ครั้งแรก ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX ติดโทรศัพท์ไว้ได้เลย เพื่อปรึกษาแพทย์ได้ทุกที่ และพบกับดีลความงามจากคลินิกดังมากมาย เพราะผิวดีไม่ต้องรอ!

 

เอกสารอ้างอิง

 

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2561). คู่มือสำหรับประชาชนการเลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข. สำนักพิมพ์ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ กลุ่มคลินิก สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.

ธนโชติ แสนคำ. (2561). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการประกอบธุรกิจคลินิกเสริมมความงาม. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 11(2), 171-198.

ปริดา ธูปแก้ว. (2563). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมสถานพยาบาลในการทำศัลยกรรมความงาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 6(1), 26-40.

Dermal Filler Do’s and Don’ts for Wrinkles, Lips and More. (2022, February 04). FDA. https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/dermal-filler-dos-and-donts-wrinkles-lips-and-more

 

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ใช้งานครั้งแรกปรึกษาฟรี
Tips & Tricks
สาระน่ารู้และข่าวประชาสัมพันธ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า