skinx-logo
แพทย์ของเราบทความติดต่อเรา

เส้นผมและหนังศีรษะ

ยาแก้ผมร่วง คืออะไร? รักษาผมร่วงได้จริงไหม? เหมาะกับใครบ้าง

6 กุมภาพันธ์ 2569

ยาแก้ผมร่วง คืออะไร? รักษาผมร่วงได้จริงไหม? เหมาะกับใครบ้าง

ยาแก้ผมร่วง หรือยาปลูกผมกลายเป็นตัวช่วยสำหรับใครหลายคนที่เริ่มสูญเสียความมั่นใจจากปัญหาผมบาง รอยแสกกว้าง หรือเส้นผมหลุดร่วงจนผิดสังเกต ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเครียด ฮอร์โมน และการขาดสารอาหาร การเข้าใจกลไกการทำงานของยาจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาดกดำและแข็งแรงได้อีกครั้ง

 

มาหาคำตอบว่ายาเหล่านี้ทำงานอย่างไร ยาปลูกผม ได้ผลจริงแค่ไหน และการรักษาผมร่วงแบบไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาของคุณได้ดีในบทความนี้


Key Takeaways

  • ยาแก้ผมร่วงช่วยยับยั้งฮอร์โมน DHT ที่ทำให้รากผมฝ่อ และช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนสารอาหารไปเลี้ยงหนังศีรษะ
  • ยาแก้ผมร่วง แบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ ยากิน, ยาทา, และวิตามินลดผมร่วง
  • ยาแก้ผมร่วง เห็นผลจริงโดยเฉพาะปัญหาจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน โดยควรเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่รากผมยังไม่ฝ่อถาวร และต้องใช้อย่างต่อเนื่อง 3-6 เดือน
  • ยากินมีรายงานว่าอาจส่งผลต่อฮอร์โมนหรือสมรรถภาพทางเพศ ส่วนยาทาอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะ ที่สำคัญคือ สตรีมีครรภ์ห้ามใช้ยาบางชนิด เพราะกระทบต่อทารกในครรภ์
  • ควรเลือกยาให้ตรงกับสาเหตุและเพศ เช่น Finasteride เหมาะกับผู้ชาย ส่วน Minoxidil ใช้ได้ทั้งชายและหญิง หรือปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ควบคู่กับการทำทรีตเมนต์เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

สารบัญบทความ


ยาแก้ผมร่วง คืออะไร?

ยาแก้ผมร่วง คือ ผลิตภัณฑ์ทางเวชกรรมหรือสารสกัดที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการหลุดร่วงและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม โดยเข้าไปจัดการที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปรับสมดุลฮอร์โมน ยับยั้งสารที่ทำให้รากผมฝ่อ หรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะ เพื่อเปลี่ยนจากเส้นผมที่อ่อนแอให้กลับมาดกดำและหนาแน่นขึ้นอีกครั้ง


ยาแก้ผมร่วง มีกี่ประเภท

ยาลดผมร่วง

ผมร่วงใช้อะไรดี? โดยหลัก ๆ แล้ว ยาที่ใช้รักษาอาการผมร่วงจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้

  1. ยาชนิดรับประทาน (Oral Medication): ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนจากภายใน เช่น ยาที่ช่วยยับยั้งการสร้าง DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้รากผมเล็กลงในกลุ่มผู้ชาย
  2. ยาชนิดใช้ภายนอก (Topical Medication): น้ำยาปลูกผมมักมาในรูปแบบเซรั่ม โลชั่น หรือโฟม ตัวยาที่คุ้นหูคือ Minoxidil คือยาที่มีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อให้สารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น
  3. วิตามินแก้ผมร่วงและอาหารเสริมบำรุงผม (Supplements): วิตามินผม เช่น ไบโอติน (Biotin), ซิงค์ (Zinc) หรือกลุ่มกรดอะมิโน ซึ่งช่วยบำรุงโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย

ใครที่เหมาะกับการใช้ยาแก้ผมร่วง

ยาผมร่วง

การใช้ยาลดผมร่วงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี หากเริ่มใช้ในกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์: ผู้ที่เริ่มเห็นสัญญาณผมบางบริเวณกลางศีรษะ หรือรอยแสกกว้างขึ้น
  • ผู้ที่มีอาการผมร่วงในระยะเริ่มต้น: ยาจะช่วยรักษาและฟื้นฟูรากผมที่ยังไม่ฝ่อตัวถาวรได้ดีกว่า
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการเกิดใหม่ของผม: หลังจากผ่านภาวะร่างกายอ่อนแอหรือขาดสารอาหาร
  • ผู้ที่ผ่านการปรึกษาแพทย์: เพื่อเลือกชนิดยาให้ตรงกับสาเหตุการร่วงที่แท้จริง

ใครที่ไม่เหมาะกับการใช้ยาแก้ผมร่วง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเดินเข้าไปซื้อยารักษาผมร่วงมาใช้เองได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร: ยาบางชนิด (โดยเฉพาะยาทาน) ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์อย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตผิดปกติ: เนื่องจากยาบางประเภทมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด อาจส่งผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ
  • ผู้ที่มีแผลสดหรือการอักเสบบนหนังศีรษะ: การใช้ยาทาอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือยาซึมเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา: หากมีอาการผื่นคัน บวม หรือหายใจไม่ออก ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

ยาแก้ผมร่วงยี่ห้อไหนดี? เทียบตัวยาละชนิด

วิตามิน ผมร่วง ยี่ห้อไหนดี? การเลือกใช้ยาแก้ผมร่วงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับสาเหตุของปัญหาและเพศของผู้ใช้งาน โดยตัวยาแต่ละชนิดมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันดังนี้

ชื่อยารูปแบบการใช้งานกลไกการออกฤทธิ์เหมาะสำหรับใครข้อควรระวังสำคัญ
Finasterideยากินยับยั้งฮอร์โมน DHT ที่ทำลายรากผมผู้ชายที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ห้ามใช้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และอาจมีผลต่อฮอร์โมนเพศ
Minoxidilยาทา / ยากินเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงรากผม และกระตุ้นผมขึ้นใหม่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงอาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง หรือหัวใจเต้นเร็วในบางราย

ยาแก้ผมร่วง เห็นผลจริงหรือไม่

การใช้ยาแก้ผมร่วงสามารถให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมน เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปยับยั้งต้นเหตุของการหลุดร่วงและกระตุ้นการทำงานของรากผม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องในการใช้งานและระยะเวลาที่เริ่มรักษา หากเริ่มใช้ยาแก้ผมร่วงในขณะที่รากผมยังไม่ฝ่อตัวถาวร จะมีโอกาสเห็นผมกลับมาหนาขึ้นได้สูงกว่า โดยทั่วไปมักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 3-6 เดือนขึ้นไป


ผลข้างเคียงของยาแก้ผมร่วงมีอะไรบ้าง

แม้จะเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่ยาแก้ผมร่วงแต่ละชนิดก็อาจส่งผลกระทบที่แตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • ผลข้างเคียงจากยาทา: อาจพบอาการระคายเคืองหนังศีรษะ มีผื่นคัน หรือรอยแดงในบริเวณที่ทายา
  • ผลข้างเคียงจากยากิน: ยาบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อฮอร์โมนอาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
  • อาการทางระบบไหลเวียนเลือด: ในบางรายอาจมีอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อใช้ยาในกลุ่มกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด
  • ข้อควรระวังพิเศษ: สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรห้ามใช้ยาบางประเภท เนื่องจากมีผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกอย่างรุนแรง

ยาแก้ผมร่วง แบบทาและแบบกิน เลือกใช้แบบไหนดี

วิตามินลดผมร่วง

การเลือกรูปแบบยาแก้ผมร่วงที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและความสะดวกในการใช้งาน โดยสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

1. ยากินปลูกผม (Oral Medication)

  • ตัวอย่างยา: Finasteride, Dutasteride
  • จุดเด่น: สะดวกในการใช้งาน ไม่เหนียวเหนอะหนะหนังศีรษะ และออกฤทธิ์ควบคุมฮอร์โมนจากภายในได้ดี
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ชายที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การใช้ยารักษาผมร่วง ผมบาง ไม่ควรซื้อยากินเอง ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น 

2. ยาทา (Topical Medication)

  • ตัวอย่างยา: Minoxidil
  • จุดเด่น: ออกฤทธิ์เฉพาะจุด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะโดยตรง
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วง หรือผู้หญิงที่มีปัญหาผมบาง

ใช้ยาแก้ผมร่วงร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ได้หรือไม่

สามารถใช้ร่วมกันได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยการใช้ยาแก้ผมบาง แบบกินหรือยาทาควบคู่ไปกับเทคนิคทางการแพทย์ เช่น การฉีดเกล็ดเลือด หรือการฉายแสงเลเซอร์จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น


คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

ยาแก้ผมร่วงแบบสมุนไพร ดีไหม?

ยากินแก้ผมร่วง หรืออาหารเสริมแก้ผมร่วงกลุ่มสมุนไพร ช่วยบำรุงเส้นผมจากภายใน แต่อาจเห็นผลช้ากว่ายาแผนปัจจุบันและเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงในระดับเริ่มต้นเท่านั้น

หยุดใช้ยาแก้ผมร่วง ผมจะกลับมาร่วงอีกไหม?

หากเป็นปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ การหยุดกินยาปลูกผม อาจทำให้เส้นผมกลับมาบางลง หรือร่วงซ้ำได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่ส่งผลต่อรากผมจะกลับเข้าสู่สภาวะเดิม


ยาแก้ผมร่วง ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ที่ SkinX

การรักษาปัญหาผมบางและผมร่วงอย่างตรงจุดเริ่มต้นจากการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมน การเลือกใช้ยาแก้ผมร่วงที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพร่างกายจะช่วยคืนความมั่นใจให้คุณได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยควรอยู่ภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

 

สำหรับการเริ่มต้นเลือกใช้ยาแก้ผมร่วงอย่างถูกวิธี สามารถปรึกษาแพทย์ได้ง่าย ๆ ผ่าน SkinX แอปพลิเคชันหาหมอผิวหนังออนไลน์ที่รวบรวมแพทย์เฉพาะทางมาไว้ในมือคุณ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องว่าควรใช้ยาปลูกผม ยี่ห้อไหนดี อยู่ที่ไหนก็ปรึกษาหมอได้ รู้ค่าบริการก่อนเข้าปรึกษาเพื่อให้คุมงบได้ไม่บานปลาย หากจำเป็นต้องใช้ยาก็มีบริการส่งตรงถึงบ้านโดยมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแลตัวเอง

 

แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ 

ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!

  • FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
  • IG : skinx.thailand
  • Line : @skinx.official
  • TikTok : skinxthailand
  • X : @skinxthailand
  • Tel : 02 038 5505
  • E-mail : service@skinx.app

อ้างอิง

 

Hair loss. (2024, January 24). NHS. https://www.nhs.uk/symptoms/hair-loss/

 

Minoxidil Topical Solution or Foam. (n.d.). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/drugs/18238-minoxidil-topical-solution-or-foam

 

Medications. (n.d.). ishrs. https://ishrs.org/patients/treatments-for-hair-loss/medications/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
service card mobile

เริ่มใช้งาน SkinX

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย!

skinx-cta