ผิวพรรณและความงาม
6 กุมภาพันธ์ 2569

แพ้เหงื่อตัวเอง อาการของโรคผิวหนังที่ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกายรุนแรง แต่ก็ก่อให้เกิดผื่นคันซึ่งสร้างความไม่สบายตัว และมีผื่นแดงทำให้รู้สึกกังวลใจ แต่เนื่องจากลักษณะของอาการแพ้เหงื่อคล้ายกับอาการคันผิวทั่วไป จนบางครั้งก็แยกไม่ออกว่าเป็นผื่นคันทั่วไปหรือผื่นแพ้เหงื่อ ส่งผลให้รักษาอาการไม่ตรงจุด และใช้เวลารักษาอาการให้ดีขึ้นนานกว่าที่ควร
หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีอาการแพ้เหงื่อตัวเอง ในบทความนี้ SkinX จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาการผื่นคันจากโรคแพ้เหงื่อ พร้อมแนะนำวิธีบรรเทาอาการแพ้เหงื่อ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
Key Takeaways
สารบัญบทความ

โรคแพ้เหงื่อตัวเอง (Cholinergic Urticaria) คือ โรคภูมิแพ้ผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อความร้อนหรือเหงื่อผิดปกติ ทำให้เกิดผื่นคัน รอยแดง นูน หรือบวมบริเวณที่สัมผัสเหงื่อบ่อย ๆ เช่น หน้าอก คอ หน้า และหลังซึ่งอาการแพ้เหงื่อตัวเองอาจส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันและบุคลิกภาพโดยรวมได้
อาการแพ้เหงื่อตัวเองสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการแพ้เหงื่อตัวเองมีดังนี้

โดยทั่วไปแล้วอาการแพ้เหงื่อตัวเองไม่ได้เป็นอันตรายรุนแรงต่อร่างกาย แต่ก็เป็นอาการที่สร้างความไม่สบายตัวในช่วงที่เกิดอาการมากพอสมควร แต่แล้วแพ้เหงื่อมีอาการอะไรบ้าง มาดูกันได้เลย
นอกเหนือจากนี้แล้วอาจพบอาการแพ้เหงื่อตัวเองอื่น ๆ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ หอบหืด หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง
โรคแพ้เหงื่อตัวเองเป็นโรคทั่วไปที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยมักพบได้สูงขึ้นในกลุ่มอายุ 20-30 ปี นอกจากนี้แล้วยังมีกลุ่มที่มีโอกาสแพ้เหงื่อตัวเองสูงดังนี้

การสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวม โปร่งสบาย ไม่รัดแน่นตัว และผลิตจากวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้ดี จะช่วยให้ร่างกายสามารถระบายความร้อนออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดการอับชื้นและการสะสมของเหงื่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้เหงื่อตัวเองรวมถึงการเกิดสิวที่หลังได้อีกด้วย
การทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อน เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก การยืนอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายอุณหภูมิสูงและหลั่งเหงื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้เกิดอาการแพ้เหงื่อตัวเองและอาจมีสิวผดขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ร่างกายร้อน และรักษาความเย็นของอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น เปิดเครื่องปรับอากาศ เปิดพัดลม เพื่อลดโอกาสการหลั่งเหงื่อ
เมื่ออุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดอาการเหงื่อออกแล้วผื่นขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรปรับพฤติกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงฉับพลัน อย่างเวลาออกกำลังกาย ควรเริ่มจากการวอร์มร่างกายเบา ๆ ก่อน และเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วควรทำการคูลดาวน์เพื่อค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิร่างกายลง
เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายจะขับเหงื่อเป็นเม็ด ๆ ออกมาจำนวนมาก ซึ่งเหงื่อที่สะสมบนผิวจำนวนมาก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้เหงื่อตัวเองได้ ดังนั้นหลังออกกำลังกายเสร็จ ควรรีบอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายทันที โดยใช้สบู่สูตรอ่อนโยนต่อผิวที่มีค่า pH เหมาะสม เพื่อลดการระคายเคือง และใช้ผ้าเช็ดตัวให้แห้งอย่างเบามือ เพื่อไม่ให้เกิดอาการคันผิวหรือรู้สึกไม่สบายตัวหลังสวมใส่เสื้อผ้า
อาหารรสเผ็ดทำให้ร่างกายผลิตเหงื่อขึ้นเพื่อระบายความร้อนในร่างกาย โดยพริกมีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งจะเป็นกระตุ้นตัวรับความร้อนและระบบประสาท ทำให้ร่างกายเข้าใจว่าอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้เกิดกระบวนการหลั่งเหงื่อออกมา แม้ว่าในที่จริงแล้วอุณหภูมิร่างกายเท่าเดิม ดังนั้นหากผิวแพ้เหงื่อตัวเอง ควรงดการทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เพื่อลดปัจจัยกระตุ้นให้เหงื่อออก
หากแพ้เหงื่อตัวเองควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือการเข้าซาวน่า เพราะจะทำให้ผิวสัมผัสกับความร้อน ทำให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมาได้ง่าย อีกทั้งยังควรงดการสครับผิว เพราะการสครับผิวอาจทำให้ผิวแห้งและบอบบางลง และอาจสร้างอาการระคายเคืองผิวขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการสครับผิวและเข้าซาวน่า และอาบน้ำอุณหภูมิปกติ เพื่อให้ผิวมีสุขภาพที่ดี ไม่มีผื่นเหงื่อ
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางชนิดมีส่วนประกอบของสารก่ออาการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ และอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้อาการผื่นคันแพ้เหงื่อแย่ลง ดังนั้นจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย มีส่วนผสมของเซราไมด์ (Ceramide) อโลเวรา (Aloe Vera) เพื่อปลอบประโลมผิว ให้อาการคันบรรเทาลงได้
หากมีผื่นคันแพ้เหงื่อ วิธีรักษาบรรเทาอาการเบื้องต้น คือ การประคบเย็น โดยนำผ้าชุบน้ำเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่เกิดผื่นคันประมาณ 10-15 นาที เพื่อบรรเทาอาการคัน บวม หรืออักเสบได้ แต่ไม่ควรประคบร้อน เพราะความร้อนจะกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวเกิดอาการคันผื่นจากเหงื่อรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้
กรณีมีผื่นแพ้เหงื่อ ในเบื้องต้นสามารถรักษาอาการให้บรรเทาลงได้ด้วยการทาเจลว่านหางจระเข้ เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบและการระคายเคืองผิว จึงช่วยฟื้นฟูอาการผื่นร้อนแพ้เหงื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรง จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวควบคู่กับการรักษาอาการแพ้เหงื่อตัวเอง
นอกจากนี้แล้ว เจลว่านหางจระเข้ยังเหมาะกับการดูแลผิวเพื่อป้องกันสิวด้วย หากมีปัญหาสิวร่วมด้วย สามารถอ่านเกี่ยวกับแนวทางการรักษาสิวเพิ่มเติมได้ที่ : วิธีการรักษาสิว
กรณีมีผื่นหรือลมพิษขึ้นทั่วร่างกาย หรือรู้สึกหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทันที หากแพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการของโรคแพ้เหงื่อรุนแรง แพทย์จะจ่ายยาแก้แพ้ตามความรุนแรงของโรค ทั้งนี้คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อบรรเทาความรุนแรงของอาการแพ้เหงื่อตัวเองลง
ด้วยกลไกตามธรรมชาติของร่างกายทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการหลั่งเหงื่อได้ทั้งหมด แต่ผู้ที่เป็นโรคแพ้เหงื่อตัวเองสามารถดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสแพ้เหงื่อตัวเองได้ ดังนี้
ไม่ควรทา เพราะเบตาดีนเป็นยารักษาแผลที่มีโอกาสติดเชื้อ ไม่ใช่ยารักษาอาการแพ้เหงื่อตัวเองโดยตรง
ทาครีมบำรุงผิวสูตรอ่อนโยน มีส่วนผสมของเซราไมด์หรืออโลเวรา เพื่อบรรเทาอาการคันเหงื่อตัวเอง
แพ้เหงื่อตัวเอง คือ อาการของโรคทางผิวหนังที่พบได้ทั่วไป เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อความร้อนและเหงื่อผิดปกติ ส่งผลให้มีตุ่มหรือผื่นแดง บวม คันขึ้นบริเวณที่มีเหงื่อออก ปกติแล้วอาการแพ้เหงื่อเป็นอาการที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นจึงควรดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดอาการแพ้เหงื่อ
ทั้งนี้หากมีอาการคันหรือมีผื่นขึ้นผิว แล้วสงสัยว่าเป็นโรคแพ้เหงื่อตัวเอง สามารถปรึกษาแพทย์เบื้องต้นทันทีได้ที่ SkinX แอปพลิเคชันสำหรับปรึกษาปัญหาและดูแลผิว ให้บริการปรึกษาปัญหาผิวแพ้เหงื่อตัวเองและปัญหาผิวอื่น ๆ ทั้งสิวเห่อ รอยดําแดงจากสิว สามารถตรวจสอบค่าบริการก่อน พร้อมปรึกษากับแพทย์ทุกที่ มีสรุปการรักษาทันที พร้อมบริการจัดยารักษาส่งตรงถึงบ้าน ดูแลโดยเภสัชกร สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ได้ทันที
แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ
ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!
อ้างอิง
Clarke, J. Silver, N. Sharon, A. (2023, January 30). Cholinergic Urticaria: Can Heat Cause Hives?. healthline. https://www.healthline.com/health/heat-hives
Brown, PM. What is cholinergic urticaria and how is it treated?. MedicalNewsToday. https://www.medicalnewstoday.com/articles/320916
Cleveland Clinic Team. (2023, December 29). Cholinergic Urticaria. Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/cholinergic-urticaria
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด