skinx-logo
แพทย์ของเราบทความติดต่อเรา

สิวและผิวหน้า

บีบสิวเองได้ไหม? กดสิวอันตรายหรือไม่? สิวแบบไหนที่กดได้บ้าง

20 เมษายน 2569

บีบสิวเองได้ไหม? กดสิวอันตรายหรือไม่? สิวแบบไหนที่กดได้บ้าง

การบีบสิวอาจเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้เมื่อต้องเจอกับสิวกวนใจบนใบหน้า เพราะหวังให้สิวยุบเร็วและผิวกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม แต่รู้หรือไม่ว่า การบีบสิวด้วยตัวเองแบบไม่ถูกวิธี อาจทำให้สิวอักเสบรุนแรงขึ้น ลุกลามมากกว่าเดิม และยังเสี่ยงทิ้งรอยสิวหรือแผลเป็นที่รักษาได้ยากอีกด้วย

 

แล้วถ้าอยากจะรักษาสิวต้องทำอย่างไร? ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักสิวแต่ละประเภท สิวประเภทไหนรักษาด้วยการบีบสิวได้ รวมถึงแนะนำวิธีกำจัดสิวที่ไม่อันตราย ลดโอกาสเกิดรอยและปัญหาผิวตามมา


Key Takeaways

  • การบีบสิวเองเสี่ยงกว่าที่คิด เพราะอาจทำให้สิวอักเสบลุกลาม ติดเชื้อ และทิ้งรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวได้ง่าย
  • สิวไม่อักเสบอย่างสิวหัวขาวและสิวหัวดำอาจกดได้บ้างบางจุด แต่สิวอักเสบ สิวหัวหนอง และสิวหัวช้างไม่ควรบีบเองเด็ดขาด
  • การรักษาสิวที่ได้ผล ควรเลือกให้เหมาะกับประเภทสิว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ ยารักษาสิว การทำเลเซอร์ การกดสิวโดยแพทย์ หรือฉีดสิวลดอักเสบ
  • หลังรักษาสิวต้องดูแลผิวอย่างถูกวิธี เช่น ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ทากันแดด และหลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบซ้ำ เพื่อลดโอกาสเกิดรอย

สารบัญบทความ


บีบสิวเองเสี่ยงแค่ไหน

การบีบสิวด้วยตัวเอง แม้จะช่วยให้ดันหัวสิวออกไปได้ แต่จริง ๆ แล้ว อาจทำให้สิวมีการอักเสบที่รุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากการบีบสิวด้วยมือ ใช้อุปกรณ์กดสิวที่ไม่สะอาด หรือบีบสิวออกไม่หมด อาจทำให้แผลจากสิวเกิดการติดเชื้อ นอกจากนี้ หลังสิวยุบแล้วยังมีโอกาสเกิดรอยแดง รอยดำจากสิว หรือเกิดหลุมสิวที่ต้องใช้เวลารักษานานอีกด้วย


ทำความรู้จักสิวแต่ละประเภท มีอะไรบ้าง

ประเภทของสิว

สิวแต่ละประเภทมีลักษณะและการรักษาที่ต่างกัน การเข้าใจรูปแบบสิวแต่ละประเภทจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาสิวได้อย่างตรงจุด ไม่เสี่ยงสิวอักเสบรุนแรงหรือเกิดรอยสิวตามมา

1. สิวอุดตัน (Comedonal Acne)

สิวอุดตัน คือสิวที่ไม่อักเสบ เกิดจากรูขุมขนอุดตันทที่ไปด้วยน้ำมันส่วนเกินและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งสิวอุดตันสามารถแบ่งเป็น 2 แบบคือ 

  • สิวหัวขาว (Closed Comedones) เป็นสิวอุดตันหัวปิด ลักษณะของสิวหัวขาวที่เห็นคือจะเป็นตุ่มขาว ๆ แข็ง ๆ อยู่ใต้ผิวหนัง
  • สิวหัวดำ (Open Comedones) เป็นสิวอุดตันที่เคยเป็นสิวหัวขาวมาก่อน แต่หัวสิวถูกดันขึ้นมาบนผิว เมื่อหัวสิวสัมผัสกับอากาศจึงเกิดเป็นสีดำ 

โดยทั่วไปสิวอุดตันซึ่งเป็นสิวชนิดที่ไม่อักเสบ จะสามารถใช้วิธีกดสิวอุดตันเพื่อเร่งให้สิวหลุดออกจากผิวหนังได้ หากทำอย่างถูกวิธีและใช้เครื่องมือที่สะอาด แต่หากปล่อยทิ้งไว้หรือบีบสิวอุดตันผิดวิธี อาจพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้

2. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

สิวอักเสบมักมีลักษณะบวม แดง เจ็บ และอาจมีหนอง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมกับการอุดตันของรูขุมขน เช่น สิวตุ่มแดง (Papules) สิวหัวหนอง (Pustules) ไปจนถึงสิวหัวช้าง (Nodules หรือ Cysts) สิวประเภทนี้ ไม่ควรบีบเอง เพราะการกดสิวอักเสบเสี่ยงทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น เชื้อกระจายลึกลงผิว และเพิ่มโอกาสเกิดรอยแผลเป็นถาวร

 

แผ่นแปะสิว รักษาสิวอักเสบได้จริงหรือ ทำความรู้จักแผ่นแปะสิว พร้อมวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง

3. สิวชนิดอื่น ๆ ที่ควรระวัง

นอกจากสิวอุดตันและสิวอักเสบ ยังมีสิวบางประเภทที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น สิวฮอร์โมน ที่มักขึ้นช่วงกรามหรือคาง สิวเชื้อรา ที่มีลักษณะเป็นผื่นเล็ก ๆ กระจายหลายจุด หรือสิวที่เกิดจากเครื่องสำอางหรือมลภาวะ สิวเหล่านี้ไม่ควรใช้วิธีบีบสิวด้วยตนเอง และควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อการรักษาที่ตรงจุด


บีบสิวดีไหม? สิวแบบไหนบีบได้ และแบบไหนห้ามบีบเด็ดขาด

กดสิวดีไหม? คำตอบคือ ไม่ว่าสิวชนิดไหนก็ไม่ควรบีบสิวด้วยตนเอง เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ แต่หากต้องการกำจัดสิวเร่งด่วน การบีบสิวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็ว ถึงอย่างนั้นควรพิจารณาก่อนว่าสิวที่จะกำจัดนั้นเป็นสิวประเภทไหน ไปดูกันว่าสิวอุดตันบีบได้ไหม? สิวอักเสบบีบได้ไหม? แล้วผลเสียของการกดสิวบริเวณจุดที่ห้ามบีบสิวมีอะไรบ้าง?

  • สิวที่บีบได้
    1. สิวหัวขาว
    2. สิวหัวดำ
  • สิวที่ห้ามบีบ
    1. สิวอักเสบ
    2. สิวหัวหนอง
    3. สิวหัวช้าง หรือสิวซีสต์
    4. สิวที่ยังไม่มีหัวชัดเจน

วิธีจัดการสิวให้เห็นผลและไม่อันตราย มีอะไรบ้าง

สิวมีหัวควรบีบไหม

การบีบสิวไม่ใช่การรักษาที่ถูกต้อง ควรใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษาสิว ดังนี้

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสิวที่ตรงจุด

การเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับปัญหาสิวเป็นพื้นฐานสำคัญ ควรมองหาส่วนผสมที่ช่วยลดการอุดตันและควบคุมความมัน เช่น Salicylic Acid (BHA), Benzoyl Peroxide หรือเรตินอล ซึ่งช่วยลดการเกิดสิวใหม่และทำให้สิวยุบลงอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ควรพิจารณาเลือกใช้จากสภาพผิวเพื่อลดการระคายเคืองจากสกินแคร์

2. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบปานกลางถึงรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะทั้งแบบทาและแบบรับประทาน เพื่อลดการอักเสบและควบคุมเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว แต่การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาสิวควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เพื่อป้องกันการดื้อยาและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

3. นวัตกรรมเลเซอร์และแสงบำบัด

เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น เลเซอร์หรือแสงบำบัด (Light Therapy) สามารถช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวเรื้อรังหรือรักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่ได้ผล 

4. การกดสิวอย่างถูกวิธี

วิดีบีบสิวหรือเคลียร์สิวอุดตัน สามารถใช้ได้กับการบีบสิวหัวดำ หรือสิวหัวเปิดแล้วเท่านั้น ที่สำคัญควรทำโดยแพทย์ ใช้อุปกรณ์ที่สะอาด ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง ในสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ลดการอักเสบ และลดโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็นได้ดีกว่าการกดสิวอุดตันด้วยตัวเอง

5. การฉีดสิวเพื่อลดการอักเสบ

สำหรับสิวอักเสบขนาดใหญ่หรือสิวหัวช้าง แพทย์อาจใช้วิธีฉีดยาลดการอักเสบ เช่น สเตียรอยด์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้สิวยุบเร็ว ลดอาการบวมแดง และลดความเสี่ยงการเกิดรอยแผลเป็น การฉีดสิวนี้ควรทำโดยแพทย์เท่านั้น


การดูแลผิว รักษาให้แผลหายเร็ว ทำได้อย่างไร

หลังจากการบีบสิวหรือรักษาสิว ไม่ว่าจะกำจัดสิวไปด้วยวิธีใดก็ตาม การดูแลผิวในขั้นตอนถัดไปถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ผิวกำลังฟื้นฟู หากดูแลไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดรอยดำ รอยแดง หรือแผลเป็นตามมาได้

  • การทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ปราศจากสารก่อระคายเคือง
  • การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ขณะรักษาสิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง หรือใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดอาการอักเสบและฟื้นฟูผิว เช่น Niacinamide หรือ Aloe Vera ซึ่งช่วยปลอบประโลมผิวและลดรอยแดงได้ดี
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเกา แกะสิว หรือบีบสิวซ้ำ เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบ แผลจากสิวหายช้า และอาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็นถาวร
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้รอยสิวเข้มขึ้นจากแสง UV

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

ถ้าไม่บีบสิว สิวจะหายเองได้ไหม?

สิวบางประเภท เช่น สิวอุดตันหรือสิวอักเสบเล็กน้อย สามารถยุบเองได้ หากดูแลผิวอย่างเหมาะสมและไม่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเพิ่ม

ทำไมบีบสิวแล้ว สิวเดิมชอบกลับมาขึ้นที่จุดเดิมซ้ำ ๆ ?

เพราะต้นเหตุของสิว เช่น ความมันส่วนเกินหรือการอุดตันยังไม่ถูกแก้ไข ทำให้รูขุมขนเดิมเกิดการอุดตันและกลับมาเป็นสิวซ้ำได้


จบปัญหาบีบสิวแบบเสี่ยง ๆ ดูแลผิวให้ถูกวิธี ปรึกษาได้ที่ SkinX

การบีบสิวอาจดูเป็นทางลัดที่ช่วยให้สิวยุบเร็ว แต่หากทำไม่ถูกวิธีอาจนำไปสู่ปัญหาผิวที่หนักกว่าเดิม ทั้งสิวอักเสบ รอยดำ หรือแผลเป็นถาวร ดังนั้นการรู้จักประเภทของสิว เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม และดูแลผิวอย่างถูกต้อง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สิวหาย และไม่กลับมาเป็นซ้ำในอนาคต

 

หากไม่มั่นใจว่าสิวแบบไหนควรบีบ หรือเป็นสิวแบบนี้ควรรักษาด้วยวิธีใด การปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะช่วยให้การรักษาสิวเห็นผลและมีประสิทธิภาพมากกว่าการบีบสิวด้วยตัวเอง ซึ่งที่ SkinX แอปพลิเคชันพบแพทย์ผิวหนังออนไลน์ ให้คุณปรึกษาและรักษากับแพทย์ผิวหนังได้ทุกปัญหาผิว ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็สามารถพบแพทย์ได้ พร้อมรู้ค่าบริการก่อนตัดสินใจ ควบคุมงบได้ ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายบานปลาย หลังรักษามีบริการจัดส่งยาตรงถึงบ้าน ดาวน์โหลดได้เลยทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

 

แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ 

ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!

  • FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
  • IG : skinx.thailand
  • Line : @skinx.official
  • TikTok : skinxthailand
  • X : @skinxthailand
  • Tel : 02 038 5505
  • E-mail : service@skinx.app

อ้างอิง

 

Pimples. (2022, March 4). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22468-pimples

 

Pimple popping: Why a dermatologist should do it. (n.d.). Foothill Dermatology Medical Center. https://www.foothillderm.com/blog/pimple-popping-why-a-dermatologist-should-do-it

 

Is There a Safe Way to Pop a Pimple? (2024, December). Northwestern Medicine. https://www.nm.org/healthbeat/healthy-tips/quick-dose-is-there-a-safe-way-to-pop-a-pimple

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
service card mobile

เริ่มใช้งาน SkinX

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย!

skinx-cta