skinx-logo
แพทย์ของเราบทความติดต่อเรา

สิวและผิวหน้า

15 วิธีรักษารอยสิว ลดรอยดำ รอยแดงจากสิวให้จางหายเร็ว

28 พฤศจิกายน 2568

15 วิธีรักษารอยสิว ลดรอยดำ รอยแดงจากสิวให้จางหายเร็ว

รอยสิว เป็นปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญหลังสิวหาย ถึงแม้สิวจะยุบลงไปแล้วแต่รอยสิวกลับยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง หรือรอยดำจากสิว ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวันอย่างมาก ความจริงแล้วรอยสิว อาจไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่เมื่อมองเห็นรอยสิวซ้ำ ๆ ทุกครั้งในกระจก อาจทำให้เกิดความกังวลใจและความเครียดตามมาได้ง่าย

 

การปล่อยให้รอยสิวจางไปเองอาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะในคนที่เคยมีสิวอักเสบ ซึ่งมักจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ชัดเจน การดูแลผิวตั้งแต่แรกเริ่มและเลือกแนวทางที่ช่วยลดรอยสิวอย่างถูกวิธี จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและดูสุขภาพดีขึ้นได้เร็วกว่าเดิม พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กลับคืนมา


Key Takeaways

  • รอยสิวเกิดจากการอักเสบของสิวในผิวหนังชั้นใน โดยมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ รอยแดงจากสิว, รอยดำจากสิว, และรอยหลุมสิว
  • รอยสิวที่หายช้า หรือคงอยู่เป็นเวลานานมักเกิดจากความรุนแรงของการอักเสบของสิวที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หรือพฤติกรรมการแกะและบีบสิว ซึ่งยิ่งทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น
  • การรักษารอยสิวมีหลากหลายวิธีตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ยาทา โปรแกรมเลเซอร์ ไปจนถึงการฉีดวิตามิน
  • การป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด ห้ามแกะหรือบีบสิว พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียด

สารบัญบทความ

รอยสิวเกิดจากสาเหตุอะไร ?

รอยสิวมีกี่แบบ อะไรบ้าง

15 วิธีรักษารอยสิว ลดรอยดำ รอยแดงให้หายไป

วิธีป้องกันรอยสิว ไม่ให้เกิดรอยดำ รอยแดง

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

รอยสิวเป็นมานานไม่หายสักที แนะนำดาวน์โหลดแอป SkinX  ปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง!


รอยสิวเกิดจากสาเหตุอะไร ?

ปัญหารอยสิวที่เกิดขึ้นบนผิวหน้านั้น โดยพื้นฐานแล้ว คือผลที่ตามมาจากกระบวนการอักเสบของสิวในระยะแรก ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน หรือสิวอักเสบ ก็สามารถทิ้งร่องรอยไว้ได้ทั้งนั้น เมื่อผิวหนังได้รับความเสียหายจากการอักเสบ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการส่งเม็ดเลือดขาวมาเพื่อซ่อมแซมและกำจัดเชื้อโรค ซึ่งกระบวนการนี้เองที่ทำให้เกิดการหลั่งสารบางชนิดที่ไปกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิวบริเวณนั้นมากเกินไป ทำให้เกิดเป็นรอยดำ หรือรอยดำจากสิวตามมานั่นเอง

สำหรับในบางกรณีสิวไม่มีหัว อาจทิ้งรอยแดงหรือรอยช้ำไว้ได้เช่นกัน ทั้งนี้ ความรุนแรงของรอยสิวจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความลึกของการอักเสบ การดูแลรักษา รวมถึงพฤติกรรมการแกะหรือบีบสิว ซึ่งจะยิ่งทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นและส่งผลให้รอยสิวที่หน้านั้นเด่นชัดและหายช้าลง


รอยสิวมีกี่แบบ อะไรบ้าง

รอยดำจากสิว

 

รอยสิวเกิดขึ้นได้หลายลักษณะและความรุนแรงแตกต่างกันไป บางคนมีแค่จุดเล็ก ๆ แต่บางคนอาจมีรอยสิวเต็มหน้าจนกระทบต่อความมั่นใจ โดยลักษณะของรอยสิวสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

รอยดำจากสิว

รอยดำจากสิว หรือที่เรียกว่า Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) เกิดจากการอักเสบของสิวในชั้นผิวที่กระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีเมลานินในบริเวณนั้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้เกิดเป็นรอยดำสิวที่มีสีน้ำตาลหรือสีคล้ำกว่าผิวบริเวณรอบข้าง ยิ่งถ้ามีการแกะ บีบ หรือทำให้สิวระคายเคืองอย่างรุนแรง ก็อาจเกิดเป็นรอยดำจากการแกะสิวที่ชัดเจนและจางหายได้ช้าลงไปอีก

รอยแดงจากสิว

รอยแดงจากสิว เป็นอีกหนึ่งประเภทของรอยดำแดงจากสิวที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ เมื่อเกิดการอักเสบ ร่างกายจะขยายหลอดเลือดเพื่อลำเลียงเม็ดเลือดมาซ่อมแซมผิวที่เสียหาย ทำให้บริเวณนั้นมีสีแดงหรืออมชมพู หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม รอยสิวเหล่านี้อาจจะคงอยู่ได้นาน และในบางกรณีก็อาจกลายเป็นรอยสิวเต็มหน้าได้หากมีการเกิดสิวซ้ำซาก

รอยหลุมสิว

รอยหลุมสิว เป็นปัญหาผิวที่ร้ายแรงที่สุดและแก้ไขได้ยากที่สุดในบรรดารอยสิวทั้งหมด หลุมสิวมักเกิดจากสิวอักเสบรุนแรง หรือสิวฮอร์โมนที่ลุกลามและทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังอย่างถาวร เมื่อผิวสูญเสียเนื้อเยื่อ คอลลาเจน และอีลาสตินไป ก็จะเกิดเป็นร่องรอยบุ๋มลงไปในผิว ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน โดยทั่วไปแล้วรอยสิวประเภทนี้จะแบ่งได้หลายแบบตามลักษณะความลึกและความกว้าง ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีวิธีการดูแลรักษาที่แตกต่างกันไป และต้องอาศัยการดูแลจากแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


15 วิธีรักษารอยสิว ลดรอยดำ รอยแดงให้หายไป

รอยสิวรักษายังไง

 

การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รอยสิว จางหายไปได้เร็วขึ้น SkinX จึงได้รวบรวม วิธีรักษารอยสิวที่หลากหลายวิธี เพื่อเป็นแนวทางให้คุณเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม โดย 15 วิธีรักษารอยสิว ลดรอยดำ รอยแดงให้หายไป มีดังนี้

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนอย่างเพียงพอมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น เมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ เซลล์ผิวก็จะซ่อมแซมและสร้างใหม่ได้เต็มที่ ทำให้รอยสิวที่เกิดจากแผลสิวอักเสบค่อย ๆ ดูจางลง และยังช่วยให้การรักษาสิวโดยรวมเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

การทานอาหารที่มีประโยชน์ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิว การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจะช่วยให้ผิวแข็งแรงจากภายใน และช่วยลดการอักเสบได้ดี ทำให้รอยสิวไม่ว่าจะเป็นรอยดำ หรือรอยแดงสามารถจางลงได้เร็วขึ้น

3. รับประทานวิตามินเสริม

วิตามินบางชนิด เช่น วิตามินซีและวิตามินอี มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการฟื้นฟูผิว การรับประทานวิตามินเสริมที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีลดรอยสิว ที่ช่วยเสริมการทำงานของผิวให้สามารถลดรอยดำจากสิว และรอยสิว รอยแดงให้จางลงได้

4. ผลิตภัณฑ์รักษารอยสิว 

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ออกแบบมาเพื่อลดรอยดำจากสิวโดยเฉพาะ เช่น เซรั่มหรือครีมที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่จะช่วย ลดรอยสิวและลดรอยแผลเป็นสิวให้ดูจางลง

5. ใช้ยาทาภายนอกรักษารอยสิว

การใช้ยาหรือครีมทาเฉพาะจุดเป็นยาทารอยสิวที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์โดยตรงจะช่วยให้รอยสิวจางลงได้อย่างตรงจุด ซึ่งส่วนผสมที่นิยมใช้ในการลดรอยดำ-รอยแดงจากสิว มีดังนี้

  • Topical Vitamin C ช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากแสงแดด และยังช่วยลดการอักเสบเพื่อป้องกัน รอยสิวที่จะเกิดขึ้นใหม่
  • Retinoids ช่วยลดการผลิตเม็ดสีในเซลล์ผิว และเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้รอยสิวดูจางลง
  • Kojic acid สารสกัดจากเห็ดที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วย ลดรอยดำ ให้จางลง
  • Arbutin สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยลดจุดด่างดำจากแผลสิวอักเสบ
  • Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ที่ช่วยต้านการอักเสบ ลดรอยสิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • Thiamidol มีคุณสมบัติช่วยลดรอยดำจากสิว และความหยาบกร้านของผิว
  • Nicotinamide ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส และลดการอักเสบของผิวหนังได้ดี

6. สครับหน้าลดรอยสิว

การสครับผิวหน้าอย่างอ่อนโยนเป็นวิธีลดรอยดำจากสิวที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป เผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสขึ้น ทำให้รอยสิวดูจางลง อย่างไรก็ตาม ควรเลือกสครับที่มีเม็ดบีดส์ขนาดเล็กเพื่อลดการระคายเคือง และไม่ควรทำบ่อยเกินไป

7. หลีกเลี่ยงการแกะ บีบสิว

พฤติกรรมการแกะ บีบ หรือกดสิว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รอยสิวรุนแรงขึ้นและกลายเป็นรอยถาวร การปล่อยให้สิวยุบไปเองหรือใช้ยาแต้มสิวอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิว หรือแผลสิวอักเสบที่ลึกและรักษาได้ยาก

8. เลเซอร์รักษารอยสิว

โปรแกรมเลเซอร์รักษารอยสิวเป็นหนึ่งในวิธีรักษารอยสิวและวิธีรักษาแผลสิวให้หายเร็ว รวมถึงยังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เนื่องจากเลเซอร์บางชนิดจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำลายเม็ดสีส่วนเกินใต้ชั้นผิว ทำให้สามารถลบรอยสิว และลดรอยดำได้อย่างตรงไปตรงมา

9. ทำ Microneedling 

การทำโปรแกรม Microneedling เป็นโปรแกรมหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กจำนวนมากสะกิดผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูเต็มขึ้นและช่วย ลดรอยแผลเป็นสิวที่เป็นรอยหลุมตื้น ๆ ได้

10. Cryotherapy

โปรแกรม Cryotherapy เป็นโปรแกรมหัตถการเพื่อรักษารอยสิวที่ใช้ความเย็นในการทำลายเซลล์ผิวที่ผิดปกติ โดยแพทย์จะใช้เครื่องพ่นไนโตรเจนเหลวที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังบริเวณที่มีรอยสิวที่หน้า เพื่อให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกไป และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ วิธีนี้มักจะใช้ในการรักษาสิว โดยเฉพาะสิวอุดตันหรือสิวผด

11. Dermabrasion

โปรแกรม Dermabrasion เป็นเทคนิคที่แพทย์จะใช้เครื่องกรอผิวหนังเพื่อขัดเซลล์ผิวส่วนที่เป็นรอยสิว ออกไป ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน วิธีนี้เป็นอีกทางเลือกที่ช่วย ลบรอยสิว และลดรอยแผลเป็นสิวได้ แต่เนื่องจากเป็นการรักษาที่ลึกลงไปในชั้นผิว จึงอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานและต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น

12. ฉีดวิตามินผิว

โปรแกรมการฉีดวิตามินผิวเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยในการบำรุงผิวจากภายใน โดยการฉีดสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ ที่จำเป็นเข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ผิวให้ดีขึ้นและช่วยให้ลดรอยสิว รอยดำรอยแดงได้อย่างตรงจุด

13. ฉีดสเตียรอยด์

โปรแกรมฉีดสเตียรอยด์ จะใช้ในการรักษารอยสิวประเภทแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ โดยแพทย์จะฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าไปที่บริเวณแผลเป็น เพื่อช่วยลดการอักเสบและทำให้แผลเป็นยุบตัวลง ซึ่งเป็นการรักษาที่เจาะจงกับรอยสิวบางประเภทโดยเฉพาะ

14. การฉีดฟิลเลอร์

สำหรับรอยหลุมสิวที่มีความลึก ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลบรอยสิวประเภทหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยแพทย์จะใช้สาร Hyaluronic Acid เข้าไปเติมเต็มบริเวณที่ผิวบุ๋มลงไป ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นในทันที

15. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

หากคุณมีปัญหาสิวเห่อ หรือสิวแพ้มาสก์ ที่ส่งผลให้เกิดรอยสิวจำนวนมาก การปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะแพทย์จะสามารถวินิจฉัยปัญหาผิวได้อย่างแม่นยำและแนะนำวิธีลดรอยสิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นสิวที่หลัง หรือสิวที่ก้น ก็สามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ได้เช่นกัน


วิธีป้องกันรอยสิว ไม่ให้เกิดรอยดำ รอยแดง

รอยดำจากสิว ใช้อะไรดี

 

การดูแลผิวที่ถูกต้องสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิวตามมา ทั้งยังช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ถือเป็น วิธีทำให้รอยสิวหาย และลดความเสี่ยงจากการเกิดรอยดำและรอยแดงในอนาคต โดยวิธีป้องกันรอยสิวไม่ให้เกิดรอยดำรอยแดง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดรอยสิวได้ง่ายขึ้น เพราะรังสี UV จะไปกระตุ้นการผลิตเม็ดสี ทำให้รอยดำที่มีอยู่แล้วดูเข้มขึ้นและหายช้าลง การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นวิธีรักษารอยดำจากสิวที่ดีที่สุด และยังเป็นวิธีลดรอยสิวที่จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้นครับ
  • มาสก์หน้าด้วยว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่ช่วยปลอบประโลมผิว และลดการอักเสบได้อย่างอ่อนโยน การใช้ว่านหางจระเข้มาสก์หน้าเป็นประจำจึงช่วยให้ผิวที่เกิดรอยสิวได้รับความชุ่มชื้นและช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ทำให้วิธีทำให้รอยสิวหายด้วยวิธีธรรมชาติเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวันช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน และช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูของผิวทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อผิวที่ได้รับน้ำเพียงพอจะแข็งแรงขึ้นและสามารถจัดการกับปัญหารอยสิวได้ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวันจึงเป็นหนึ่งในวิธีรักษารอยดำจากสิวที่ทุกคนทำได้ง่าย ๆ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเรานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสียหาย การพักผ่อนที่ไม่เพียงพออาจทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้าลง ส่งผลให้รอยสิวทั้งหลายหายช้าลงตามไปด้วย การนอนหลับอย่างเพียงพอจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีผิวสุขภาพดีและเป็นวิธีลดรอยสิวที่ขาดไม่ได้
  • จัดการความเครียด ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปกติ และอาจนำไปสู่การเกิดสิวใหม่ เมื่อเกิดสิวซ้ำ ๆ ก็จะเพิ่มโอกาสในการเกิดรอยสิวตามมา การจัดการความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกาย จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหารอยสิว ขึ้นซ้ำ ๆ 

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

รอยสิว รักษากี่วันหาย

รอยสิวบางประเภท เช่น รอยแดงอาจใช้เวลา 1–3 เดือนจึงจางลง ส่วนรอยดำจะหายภายใน 3–6 เดือน แต่ถ้าเป็นหลุมสิวไม่สามารถหายเองได้ ต้องใช้โปรแกรมหัตถการร่วมด้วย

Vitamin C ช่วยลดรอยสิวไหม

วิตามินซีมีคุณสมบัติในการช่วยลดการสร้างเม็ดสีและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระครับ จึงสามารถช่วยลดรอยดำ และช่วยให้รอยสิวที่เกิดใหม่ดูจางลงได้

ทําไมรอยสิวถึงไม่หายไป 

สาเหตุที่รอยสิวไม่ยอมหายไปอาจเกิดจากการที่มีสิวขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพฤติกรรมการแกะสิวและการไม่ทาครีมกันแดดที่ทำให้รอยสิวยิ่งชัดเจนขึ้น

ทำไมรอยสิวหายช้า

รอยสิวที่หายช้าส่วนใหญ่เกิดจากความรุนแรงของการอักเสบของสิว ยิ่งสิวอักเสบลึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้การฟื้นตัวของผิวช้าลง และทำให้รอยสิวยังคงอยู่ได้นานขึ้น


รอยสิวเป็นมานานไม่หายสักที แนะนำดาวน์โหลดแอป SkinX  ปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง!

รอยสิวเป็นปัญหาผิวที่เกิดตามมาหลังจากการอักเสบของสิว ซึ่งมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่รอยดำ รอยแดง ไปจนถึงรอยหลุมสิว การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันหรือการรักษาจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับรอยสิวได้อย่างตรงจุดและมีผิวที่กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องรอยสิวและต้องการปรึกษาแพทย์ผิวหนังอย่างสะดวกสบาย แอปพลิเคชัน SkinX พร้อมช่วยให้คุณดูแลผิวได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังได้ตลอดเวลา ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งคุณสามารถพูดคุยกับแพทย์ก่อนและจ่ายทีหลัง อีกทั้งยังทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนก่อนการปรึกษา ช่วยให้คุณคุมงบได้อย่างมั่นใจ พร้อมบริการคำแนะนำจากเภสัชกรฟรี และแพทย์สามารถสั่งยาส่งตรงถึงบ้านคุณได้ทันที

แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนัง 

ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที

  • FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
  • IG : skinx.thailand
  • Line : @skinx.official
  • TikTok : skinxthailand
  • X : @skinxthailand
  • Tel : 02 038 5505
  • E-mail : service@skinx.app

อ้างอิง

Mayo Clinic. (2024, September 18). Acne scars: What's the best treatment?.

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/expert-answers/acne-scars/faq-20058101 

Ferreira, M. (2021, Dec 13). How to Best Treat Acne Scars. Healthline.

https://www.healthline.com/health/acne-scars#raised-scars

Brennan, D. (2021, Apr 27). What To Know About Post-Inflammatory Erythema. Healthline.

https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-post-inflammatory-erythema

Emily, D. (2021, Apr 12). What Is Post-Inflammatory ErythemaM These Post-Acne Red SpotsAren’t Scars. The healthy. https://www.thehealthy.com/skin-health/post-inflammatory-erythema/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
service card mobile

เริ่มใช้งาน SkinX

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย!

skinx-cta