ผิวหนังทั่วไป
31 พฤษภาคม 2569

คีลอยด์ คือ รอยแผลที่หลายคนมองว่าเป็นแค่แผลเป็นธรรมดา แต่ความจริงแล้วคือเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตเกินขอบเขตของบาดแผลเดิม กลายเป็นก้อนนูนแข็งที่อาจมาพร้อมกับอาการคัน เจ็บ และส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวันอย่างที่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเกิดจากสิว การเจาะหู หรือบาดแผลเล็กน้อยบนผิวหนัง รอยแผลเหล่านี้อาจพัฒนาเป็นคีลอยด์ได้ในคนที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมกรรมกรรมกรรม
หากคุณกำลังสงสัยว่า คีลอยด์คืออะไร คีลอยด์เกิดจากอะไร และมีวิธีรับมืออย่างไร บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเหตุไปจนถึงแนวทางการรักษาที่ควรรู้
Key Takeaways
สารบัญบทความ

คีลอยด์ (Keloid) คือ รอยแผลเป็นที่เนื้อเยื่อเจริญเกินขอบเขตของบาดแผลเดิม เกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจน (Collagen) มากเกินความจำเป็นระหว่างกระบวนการซ่อมแซมผิวหนัง จนกลายเป็นก้อนนูนแข็ง มีสีแดงหรือชมพูเข้ม และอาจมาพร้อมกับอาการคันหรือเจ็บแสบ
แผลคีลอยด์ คือ แผลเป็นที่ไม่ยุบลงเองตามเวลา และในบางกรณีอาจขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แม้บาดแผลเดิมจะหายดีแล้ว ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่อาจส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตได้
คีลอยด์ อาการเริ่มต้นมักปรากฏเป็นรอยนูนสีชมพู หรือแดงบริเวณที่เคยมีบาดแผล ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเข้มกว่าสีผิวปกติเมื่อเวลาผ่านไป เนื้อผิวบริเวณนั้นจะนูนขึ้น แต่ยังคงเรียบ ไม่มีขนขึ้น และมีขอบเขตที่ขยายออกเกินบริเวณบาดแผลเดิมอย่างชัดเจน
แผลเป็นนูน คัน และรู้สึกเจ็บแสบเมื่อถูกเสียดสี คือสัญญาณที่พบได้บ่อยในคีลอยด์ คือรอยแผลที่ไม่ได้แค่ทิ้งรอยไว้บนผิว แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึกด้วย โดยเฉพาะคันแผลคีลอยด์ ที่อาจรุนแรงขึ้นเมื่ออากาศแห้งหรือเมื่อผิวถูกระคายเคือง หากเกาบ่อยอาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบและแผลลุกลามได้ นอกจากนี้ คีลอยด์ คือ รอยแผลที่ไม่ยุบหายเองตามเวลา และอาจค่อย ๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้แม้บาดแผลเดิมจะหายสนิทแล้ว
มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดแผลคีลอยด์เกิดจากหลายประการ ได้แก่
แผลคีลอยด์ คือแผลเป็นที่สามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกจุดบนร่างกายที่เคยมีบาดแผล โดยตำแหน่งที่พบแผลคีลอยด์ได้บ่อย มีดังนี้
หลายคนมักสับสนระหว่างแผลเป็นนูนกับแผลคีลอยด์คืออะไร เพราะมองจากภายนอกอาจดูคล้ายกัน แต่ทั้งสองมีความแตกต่างที่สำคัญทั้งในแง่ลักษณะ โอกาสหายเอง และแนวทางการรักษาแผลเป็นนูนที่เหมาะสม ดังนี้
| ลักษณะ | แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) | แผลคีลอยด์ (Keloid) |
| ลักษณะของแผล | แผลนูนขึ้นเฉพาะบริเวณแผลเดิม ไม่ขยายเกินขอบเขต | รอยแผลเป็นนูนและขยายเกินขอบเขตของแผลเดิม |
| สีของแผล | สีแดงหรือชมพู อาจจางลงเมื่อเวลาผ่านไป | สีแดง น้ำตาล ม่วง หรือเข้มกว่าสีผิว และอาจเข้มขึ้นเรื่อย ๆ |
| อาการร่วม | อาจมีอาการคันหรือปวดในช่วงแรก แล้วดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป | อาจมีอาการคัน ปวด และขยายขนาดได้เรื่อย ๆ |
| โอกาสยุบเอง | มีโอกาสยุบได้เองภายใน 6-12 เดือน | ไม่ยุบเอง และอาจขยายใหญ่ขึ้นได้เรื่อย ๆ |
| สาเหตุหลัก | เกิดจากแผลอักเสบหรือแรงดึงสูง เช่น แผลผ่าตัด แผลไฟไหม้ | มีปัจจัยทางพันธุกรรม และเกิดได้จากแผลเล็กน้อย เช่น รอยเจาะ สิวอักเสบ |
| ตำแหน่งที่พบบ่อย | บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น บ่า อก เข่า ไหล่ | หู บ่า คอ กราม กระดูกไหปลาร้า และกลางหลัง |
| การรักษา | อาจดีขึ้นเองหรือใช้ซิลิโคนเจลในการรักษา | การรักษาคีลอยด์ต้องการการดูแลจากแพทย์ เช่น การฉีดยา เลเซอร์ หรือการผ่าตัดร่วมกับการรักษาอื่น |
อย่างไรก็ตาม แผลคีลอยด์หลายกรณีมีจุดเริ่มต้นจากปัญหาสิวที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี หากมีรอยสิว หรือปัญหาสิวขึ้นกรอบหน้าไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจนำไปสู่การเกิดแผลเป็นที่รักษายากขึ้นในภายหลัง
คีลอยด์ คือ รอยแผลเป็นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง ถึงแม้ตุ่มคีลอยด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่มีความเสี่ยงในการพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แผลเป็นนูน เจ็บ คัน และการที่ก้อนขยายออกไปเรื่อย ๆ อาจส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตได้ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกเข้ารับการดูแลเพื่อลดขนาดและป้องกันการกลับมาซ้ำ หากคีลอยด์ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากสิวอักเสบที่ยังไม่ได้รับการดูแล การรักษาสิวให้ตรงจุดตั้งแต่เนิ่น ๆ คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดโอกาสเกิดแผลคีลอยด์ในอนาคตได้

หลังจากที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าแผลเป็นนูนเกิดจากอะไร และมีขนาดหรือความรุนแรงในระดับไหน แพทย์จะเลือกวิธีรักษาคีลอยด์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งในปัจจุบันมีหลายแนวทาง ดังนี้
หากคุณไม่แน่ใจว่าแผลที่มีอยู่เป็นคีลอยด์คืออะไรกันแน่ หรือควรเริ่มต้นรักษาด้วยวิธีใด สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังได้โดยตรงผ่านแอป SkinX ได้เลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางได้ทันที
คีลอยด์ คือ การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อแผลเป็นที่เชื่อมโยงโดยตรงกับพันธุกรรม ผู้ที่มีผิวคล้ำหรือมีประวัติครอบครัวเป็นแผลเป็นคีลอยด์มักมีแนวโน้มเกิดซ้ำได้ง่ายกว่า เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจน (Collagen Synthesis) ในร่างกายทำงานมากเกินสมดุลหลังผิวหนังได้รับบาดเจ็บ
หากคีลอยด์อาการเริ่มต้นยังนูนไม่มาก การใช้แผ่นซิลิโคนเจล (Silicone Gel Sheet) หรือครีมที่มีส่วนผสมช่วยลดรอยแผลอาจช่วยชะลอได้บ้าง อย่างไรก็ตามหากแผลมีขนาดใหญ่ แข็ง หรือเป็นมานาน ควรให้แพทย์เฉพาะทางเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนรักษาคีลอยด์อย่างเหมาะสม
สามารถรักษาคีลอยด์ให้ยุบและจางลงได้ แต่โอกาสหายขาด 100% นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำทำได้โดยหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณแผลเดิม และทำวิธีรักษาคีลอยด์อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ
คีลอยด์ คือ การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อแผลเป็นที่เกินขอบเขตปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือแม้แต่สิวอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลแผลคีลอยด์อาจขยายใหญ่ขึ้นและยากต่อการรักษาคีลอยด์มากขึ้นเรื่อย ๆ การเข้าใจสาเหตุ ลักษณะ และแนวทางการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้จัดการกับปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด
SkinX คือแอปพลิเคชันปรึกษาแพทย์ผิวหนังออนไลน์ที่ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ไม่ว่าคุณจะกังวลเรื่องคีลอยด์ คืออะไร หรืออยากรู้ว่าแผลที่มีอยู่เข้าข่ายต้องรักษาหรือไม่ SkinX พร้อมให้คุณปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังได้จากทุกที่ทุกเวลา โดยรู้ค่าบริการล่วงหน้าก่อนเริ่มปรึกษา ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ปรึกษาก่อนแล้วค่อยจ่ายทีหลัง พร้อมรับสรุปผลการรักษาทันทีหลังจบการปรึกษา มีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำด้านการใช้ยา และบริการจัดส่งยาตรงถึงบ้าน ครบจบในแอปเดียว
แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ
ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!
อ้างอิง
Nicole Kah Mun Yoong. (2022 September). Keloid and hypertrophic scar. DermNet. https://dermnetnz.org/topics/keloid-and-hypertrophic-scar
Medical Dermatology Specialists. (2024 October 15). How to Recognize the Signs of Keloid Scars and Available Treatment Options. Medical Dermatology. https://www.atlantamedicaldermatology.com/blog/how-to-recognize-the-signs-of-keloid-scars-and-available-treatment-options/
David Jansen. (2024 April 23 ). Keloids. WebMD LLC. https://emedicine.medscape.com/article/1298013-overview
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด