skinx-logo
แพทย์ของเราบทความติดต่อเรา

ผิวหนังทั่วไป

โครงสร้างผิวหนัง มีกี่ชั้น แต่ละชั้นมีหน้าที่และการทำงานอย่างไรบ้าง

31 พฤษภาคม 2569

โครงสร้างผิวหนัง มีกี่ชั้น แต่ละชั้นมีหน้าที่และการทำงานอย่างไรบ้าง

โครงสร้างผิวหนัง (Skin Structure) เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ช่วยปกป้องอวัยวะภายในจากสภาวะแวดล้อมภายนอก ทั้งมลภาวะ เชื้อโรค และรังสีอัลตราไวโอเลต การทำความเข้าใจองค์ประกอบของผิวหนังอ ย่างละเอียดจะช่วยให้เข้าใจปัญหาผิวหนัง และดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด

 

SkinX จะพาไปรู้จักกับโครงสร้างผิวหนัง ตั้งแต่การทำงานของเซลล์ผิวในแต่ละชั้นผิวหนัง ไปจนถึงผลกระทบเมื่อโครงสร้างชั้นผิวหนังถูกทำลาย เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของผิวหนังและดูแลได้อย่างถูกวิธี


Key Takeaways

  • โครงสร้างผิวหนังประกอบด้วย 3 ชั้น ได้แก่ หนังกำพร้า (Epidermis), หนังแท้ (Dermis), และชั้นไขมัน (Hypodermis) ซึ่งแต่ละชั้นมีหน้าที่และส่วนประกอบที่แตกต่างกัน
  • หน้าที่ของผิวหนัง คือ การปกป้องร่างกาย ควบคุมอุณหภูมิ รับความรู้สึก สังเคราะห์วิตามินดี และขับของเสียผ่านทางเหงื่อ
  • การรักษาความแข็งแรงของผิวหนัง และระดับคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย และริ้วรอยก่อนวัย
  • นวัตกรรมทางการแพทย์และโปรแกรมหัตถการต่าง ๆ สามารถช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรงได้ดีอีกครั้ง

สารบัญบทความ


ทำไมการเข้าใจโครงสร้างผิวจึงช่วยให้ดูแลผิวได้ตรงจุด

การเข้าใจโครงสร้างผิวช่วยให้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาผิวได้ เช่น ปัญหาสิวอักเสบ หรืออาการ ผิวหนังอักเสบ ที่เกิดจากความผิดปกติในชั้นผิวที่ต่างกัน

 

ตัวอย่างเช่น หากทราบว่าปัญหาผิวแห้งเกิดจากการที่เกราะป้องกันผิวในชั้นผิวหนังกำพร้าเสียหาย เราจะสามารถเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์สูตรที่เสริมเซราไมด์ (Ceramide) แทนการใช้เนื้อครีมที่หนักเกินไป หรือหากมีปัญหาสิวเรื้อรัง การเข้าใจการทำงานของต่อมไขมันจะช่วยให้เลือกใช้ Salicylic Acid ที่ช่วยละลายสิ่งอุดตันได้ตรงจุดมากขึ้น


โครงสร้างผิวหนัง มีชั้นอะไรบ้าง

ผิวหนัง

โครงสร้างผิวหนังมี 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งโครงสร้างของแต่ละชั้นผิวมีความแตกต่างกันทั้งในด้านชนิดของเซลล์และหน้าที่ ดังนี้ 

ชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis)

ชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) ทำหน้าที่เป็นปราการปกป้องร่างกาย และควบคุมการดูดซึมสารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย เป็นส่วนที่ไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงแต่ได้รับสารอาหารผ่านการแพร่จากชั้นหนังแท้ เป็นส่วนที่เกิดการผลัดเซลล์ผิวอยู่ตลอดเวลา โดยมีโครงสร้างแบ่งย่อยออกเป็น 5 ชั้น (Skin Layer) ดังนี้

  1. Stratum Basale: ชั้นล่างสุดของหนังกำพร้า เป็นแหล่งกำเนิดของเซลล์ผิวใหม่และมีเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ที่ผลิตเม็ดสี
  2. Stratum Spinosum: ชั้นที่มีลักษณะคล้ายหนาม ช่วยยึดเกาะเซลล์ผิวให้แข็งแรง
  3. Stratum Granulosum: ชั้นที่เซลล์เริ่มสะสมโปรตีนเคราติน (Keratin)
  4. Stratum Lucidum: ชั้นที่พบเฉพาะผิวหนังส่วนที่หนา เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
  5. Stratum Corneum: ชั้นบนสุด หรือชั้นขี้ไกล ประกอบด้วยเซลล์ที่ตายแล้ว เรียงตัวซ้อนกันเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ

ชั้นหนังแท้ (Dermis)

ชั้นหนังแท้ (Dermis) คือ ชั้นที่อยู่ใต้หนังกำพร้า มีความหนาและยืดหยุ่นสูงเนื่องจากประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเป็นหลัก โครงสร้างชั้นผิวหนังส่วนนี้เป็นที่อยู่ของเส้นเลือด เส้นประสาท ต่อมเหงื่อ และรากขน

 

ในชั้นหนังแท้จะมีองค์ประกอบสำคัญอย่าง คอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ซึ่งทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นแก่ผิว หากชั้นนี้ถูกทำลายจะส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ง่าย

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutis)

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutis) คือชั้นที่อยู่ลึกที่สุด ประกอบด้วยเซลล์ไขมัน (Adipocyte) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเป็นจำนวนมาก ซึ่งชั้นใต้ผิวหนังมีหน้าที่สะสมพลังงาน ช่วยกันกระแทกให้กับอวัยวะภายใน และเป็นฉนวนกันความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่


ระบบผิวหนังทำงานและทำหน้าที่อย่างไร

ระบบผิวหนังมีหน้าที่อะไรบ้างนั้น มีขอบเขตที่กว้างขวางกว่าการเป็นเพียงสิ่งที่ปกคลุมร่างกาย โดยสามารถสรุปหน้าที่ของระบบผิวหนังที่สำคัญได้ดังนี้

1. การปกป้องร่างกาย (Protection)

ผิวหนังทำหน้าที่เป็นปราการสะท้อนและสกัดกั้นไม่ให้แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารเคมีซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย รวมถึงป้องกันรังสี UV ซึ่งเม็ดสีเมลานินในผิวหนังจะช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด ไม่ให้ไปทำลายเซลล์ผิวจนเกิดมะเร็งผิวหนัง

2. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย (Thermoregulation)

เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนไป ผิวหนังจะทำงานร่วมกับระบบประสาทเพื่อปรับสมดุล

  • เมื่อร่างกายร้อนเกินไป: หลอดเลือดในชั้นหนังแท้จะขยายตัวเพื่อระบายความร้อนออก และต่อมเหงื่อจะขับเหงื่อออกมา เมื่อเหงื่อระเหยจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง
  • เมื่อร่างกายหนาวเกินไป: หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อกักเก็บความร้อน กล้ามเนื้อยึดรากขนจะหดตัวทำให้เกิดอาการขนลุก เพื่อลดการสูญเสียความร้อน

3. การรับความรู้สึก (Sensation)

ในชั้นหนังแท้จะมีปลายประสาทและตัวรับความรู้สึก (Receptors) จำนวนมาก ทำให้เราสามารถรับรู้สัมผัสต่าง ๆ ได้ เช่น ความร้อน ความเย็น ความเจ็บปวด และแรงกด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเตือนภัยให้ร่างกายหลบเลี่ยงอันตราย เช่น เมื่อจับของร้อน ร่างกายจะกระตุกมือกลับทันที

4. การขับถ่ายของเสีย (Excretion)

ผิวหนังทำหน้าที่ช่วยไตในการขับของเสีย โดยต่อมเหงื่อจะขับน้ำ เกลือแร่ (โซเดียมคลอไรด์) และสารเคมีบางชนิด เช่น ยูเรีย ออกมาในรูปของเหงื่อ

5. การสังเคราะห์วิตามินดี (Vitamin D Synthesis)

เมื่อผิวหนังชั้นกำพร้าได้รับแสงแดดอ่อน ๆ (รังสี UVB) สารเคมีที่ผิวหนังจะเปลี่ยนเป็นวิตามินดี 3 ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส เพื่อนำไปใช้สร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง รวมถึงเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน


จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโครงสร้างผิวหนังถูกทำร้าย

โครงสร้างผิวหนังสูญเสียความสมดุล จะส่งผลต่อกลไกการทำงานของระบบปกคลุมร่างกายทันที ทำให้เกิดสภาวะทางผิวหนังต่าง ๆ ตามมา เช่น

  • เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ (Skin Barrier Compromised): ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิวได้ง่าย นำไปสู่การเกิดสิวอักเสบ หรือภาวะผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย
  • การสูญเสียน้ำ (TEWL): นำไปสู่ภาวะผิวแห้งกร้าน และหน้าลอกเป็นขุย
  • การอักเสบ: หากมีการรบกวนชั้นผิวบ่อย ๆ เช่น การบีบสิว อาจทำให้เนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ (Dermis) เสียหายจนเกิดเป็นแผลเป็นร่องลึก หรือสิวเรื้อรัง
  • ริ้วรอย: เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้เสื่อมสภาพ ผิวจะเริ่มหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยตามวัย

วิธีดูแลโครงสร้างผิวหนังให้แข็งแรง ทำได้อย่างไร

โครงสร้างของผิวหนัง

การดูแลโครงสร้างผิวหนังให้แข็งแรงสิ่งสำคัญของการมีสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว โดยการเข้าใจกลไกของโครงสร้างชั้นผิวหนังจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีปรนนิบัติผิวได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน

การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมช่วยรักษา Hydrolipidic film และ Acid Mantle ซึ่งเป็นปราการธรรมชาติในชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) ไม่ให้ถูกทำลายจากการชำระล้างที่รุนแรงเกินไป

ให้ความชุ่มชื้นแก่เซลล์ผิวหนังเป็นประจำ 

ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ในชั้นบนสุด หรือชั้นขี้ไกล (Stratum Corneum) เพื่อลดภาวะผิวแห้งและเติมเต็มน้ำเลี้ยงในผิวให้มีความสมดุลอยู่เสมอ

ปกป้องผิวจากแสงแดดเพื่อรักษาโครงสร้างผิวหนัง

การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตที่จะเข้าทำลาย DNA ของเซลล์ รวมถึงป้องกันการเสื่อมสลายของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ (Dermis)

รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างองค์ประกอบของผิวหนัง 

การได้รับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่ครบถ้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อระบบผิวหนัง เพราะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก

พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียด 

การนอนหลับที่มีคุณภาพช่วยให้ร่างกายมีเวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย พร้อมทั้งควบคุมระดับฮอร์โมนไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบปกคลุมร่างกายจนเกิดภาวะอักเสบตามมา

ปรึกษาหมอผิวหนัง

หากคุณพบปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างผิวที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบำรุงเบื้องต้น เช่น มีอาการผิวหนังอักเสบ หรือภาวะผิวแพ้ง่าย การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการจะช่วยให้คุณได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำ

 

การพบแพทย์ผิวหนังจะช่วยให้ทราบถึงโครงสร้างผิวหนังในระดับที่ลึกขึ้น เพื่อวางแผนการรักษาด้วยเวชสำอางหรือโปรแกรมหัตถการต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และช่วยฟื้นฟูระบบผิวหนังให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง


คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

คอลลาเจนและอิลาสตินอยู่ที่ผิวชั้นใด และสำคัญอย่างไร? 

พบมากในชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวคงรูปทรงและเรียบเนียน

ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของผิว?

พันธุกรรม อายุ รังสี UV มลภาวะ และการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม เช่น การล้างหน้าแรงเกินไปจนทำลายเกราะป้องกันผิว

โครงสร้างผิวหนังที่ดีกับผิวเสีย แตกต่างกันอย่างไร?

ผิวที่ดีจะมีชั้นบนสุด หรือชั้นขี้ไกล (Stratum Corneum) ที่เรียงตัวเป็นระเบียบ กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ส่วนผิวเสียจะมีการรั่วซึมของน้ำและไวต่อการระคายเคือง


เริ่มต้นดูแลโครงสร้างผิวหนังที่ถูกต้อง ปรึกษา SkinX

โครงสร้างผิวหนัง คือระบบที่มีความซับซ้อนและสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต การมีความรู้เรื่อง โครงสร้างผิวหนัง จะช่วยให้เราสามารถแยกปัญหาผิวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิวธรรมดา หรือภาวะปัญหาผิวหนังที่ซับซ้อน เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและไม่ทำร้ายผิวในระยะยาว

 

SkinX แอปพลิเคชัน ที่รวมหมอผิวหนัง พร้อมที่จะช่วยให้คุณเข้าใจสภาพผิวของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสิวขึ้นกรอบหน้า หรือผิวหนังอักเสบ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อปรึกษาเรื่องปัญหาโครงสร้างผิวหนัง และปัญหาผิวอื่น ๆ อยู่ที่ไหนก็ปรึกษาหมอได้ ปรึกษาก่อน จ่ายทีหลัง รู้ค่าบริการก่อนเข้าปรึกษา คุมงบได้ ไม่บานปลาย สรุปผลการรักษาทันที มีบริการส่งยาตรงถึงบ้าน พร้อมเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา เพื่อให้ผิวของคุณกลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน

 

แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ 

ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!

  • FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
  • IG : skinx.thailand
  • Line : @skinx.official
  • TikTok : skinxthailand
  • X : @skinxthailand
  • Tel : 02 038 5505
  • E-mail : service@skinx.app

อ้างอิง

 

Skin. (n.d.). clevelandclinic. https://my.clevelandclinic.org/health/body/10978-skin

 

Yousef, H., Alhajj, M. and et al. (2024, June 8). Anatomy, Skin (Integument), Epidermis. NIH. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK470464/

 

Lotfollahi, Z. (2024, March 13). The anatomy, physiology and function of all skin layers and the impact of ageing on the skin. Cambridge Media Journals. https://journals.cambridgemedia.com.au/wpr/volume-32-number-1/anatomy-physiology-and-function-all-skin-layers-and-impact-ageing-skin

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
service card mobile

เริ่มใช้งาน SkinX

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย!

skinx-cta