SkinX Team

29 สิงหาคม 2565

สิวผด ปัญหาหน้าไม่เรียบเนียน ที่กวนใจใครหลายคน

สิวผด

สิวผด (Acne Aestivalis หรือ Acne Mallorca) เป็นหนึ่งในชนิดของ สิว ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ปัญหาสิวผดคงเป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายๆคน ยิ่งกับประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อนและสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทุกคนต้องใส่แมสก์ก่อนออกจากบ้าน ยิ่งทำให้มีโอกาสสิวผดเห่อขึ้นได้ง่ายๆ แม้ว่าจะไม่ใช่สิวเม็ดใหญ่แต่สิวผดก็ยังคงเป็นตัวทำลายความมั่นใจของหลายๆคน 

ส่วนใหญ่บริเวณที่มักจะเกิดสิวผด จะเป็นบริเวณหน้าผาก แก้ม และคาง สิวผดมีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็กๆ มักขึ้นเป็นตุ่มนูนเล็กๆจำนวนมาก ไม่มีหัว นอกจากจะทำลายความมั่นใจแล้ว ยังสร้างความรำคาญให้อีกด้วยเพราะสิวผดมักมีอาการแสบคันบริเวณที่ขึ้น หลายคนจะเจอปัญหาสิวผดในช่วงอากาศร้อน หรือในช่วงเวลากลางวันที่มีอุณหภูมิที่ร้อนมากกว่าปกติ ไม่ต้องแปลกใจเพราะแสงแดดและอากาศร้อนชื้น เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวผด 

บทความนี้จะพูดถึงสิวผด ปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้กับใครหลายหลายคน ทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิด บริเวณที่มักจะเกิดสิวผดคือบริเวณใด รวมไปถึงวิธีรักษาสิวผดให้ถูกวิธี สามารถหาคำตอบที่คุณสงสัยเกี่ยวกับสิวผดได้ที่บทความนี้ 

สิวผด หรือ สิวเม็ดเล็กๆไม่มีหัว คืออะไร

อย่างแรกอยากให้ทุกคน ทำความเข้าใจใหม่ก่อนว่า สิวผด (Acne aestivalis หรือ Acne mallorca) ไม่ใช่ สิว อย่างที่หลายคนเข้าใจ ความจริงแล้วสิวผด คือหนึ่งในผื่นที่เกิดจากแสงแดด (polymorphous light eruption) และ รังสี UVA 

ลักษณะของสิวผด คือ จะขึ้นเป็นผดผื่นเม็ดเล็กๆหรือตุ่มนูนเล็กๆ ชอบขึ้นเป็นจำนวนมาก บริเวณที่เกิดสิวผดอาจจะมีตุ่มหรือผื่นสีแดงรอบๆจะมีสีแดงบริเวณรอบ และบางคนจะมีอาการคันร่วมด้วย เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกสากแข็งๆ ผิวหน้าไม่เรียบเนียนเหมือนเม็ดทราย มีทั้งแบบสิวเม็ดเล็กๆไม่มีหัวและมีหนองข้างในคล้ายตุ่มน้ำใสๆ 

ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่า สิวผดมักจะเกิดในช่วงเวลากลางวันที่มีอากาศร้อน หลังจากผิวหนังสัมผัสกับฝุ่นละอองและอากาศที่ร้อน ทำให้ สิวเห่อ ขึ้นมา และอาจจะหายไปในช่วงเวลาตอนเย็นเมื่ออากาศมีอุณหภูมิลดลง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดมีหลายสาเหตุ มาลองหาคำตอบไปพร้อมกัน

สิวผดกับ สิวอุดตัน คือสิวชนิดเดียวกัน หลายคนยังคงสับสนและเข้าใจผิดว่าสิวผดและสิวอุดตันคือสิวชนิดเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิวผดและสิวอุดตันสาเหตุและวิธีรักษาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นควรทำความเข้าใจว่าปัญหาสิวที่คุณกำลังเจอคือสิวชนิดไหน จะได้รักษาอย่างถูกวิธี บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้สาเหตุและวิธีรักษาสิวผด

สิวผดเกิดจากอะไร สาเหตุที่ทำให้สิวผดขึ้น

สาเหตุของ สิวผด

ต้นเหตุของสิวผดเกิดจาก แสงแดด (polymorphous light eruption) สิวผดถูกกระตุ้นให้เกิดด้วยแสง UVA ทำให้เกิดเป็นผดเม็ดเล็กๆ คล้ายกับสิวอุดตันหัวปิด บางครั้งเป็นตุ่มแดงเล็กๆ ลักษณะคล้ายกับ สิวอักเสบ นอกจาก แสงแดด ที่ทำให้เกิดสิวผดได้ ยังมีเชื้อราหรือยีสต์ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า P.ovale ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับต่อมไขมันบริเวณผิวหนังบนใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม คาง และจมูก เมื่ออากาศร้อนต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมา ซึ่งน้ำมันที่ออกมาจะกลายเป็นอาหารของ P.ovale ซึ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวอีกที

เชื้อ P.ovale โดยปกติจะอยู่บริเวณบนผิวหนังของเราอยู่แล้ว และมักมีจำนวนมากบริเวณ T-zone ที่มีความมัน เช่น หน้าผาก จมูก แก้ม และคาง เมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวเสียสมดุลจะทำให้เชื้อยีสต์ เกิดการเติบโตได้ดี และทำให้ต่อมรูขุมขนเกิดการอักเสบ ทีนี้ก็จะเกิดสิวผดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยบริเวณที่ขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณบนใบหน้า และมักเกิดตอนที่อากาศร้อนชื้น เหงื่อออกเยอะ

นอกจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดสิวผดได้ดังนี้

  • ผิวอ่อนแอ

เกิดจาก เกราะปกป้องผิว หรือ Skin Barrier ที่มีหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวและป้องกันไม่ให้ปัจจัยภายนอกเข้ามาทำอันตรายต่อผิวของเรา เมื่อเกราะปกป้องผิวอ่อนแอลง จึงทำให้มีปัญหาผิวตามมา เช่น ผิวแห้ง สิว หรือผื่น ได้ง่ายขึ้น

  • สภาพอากาศ 

อากาศที่ร้อนจัด หรือ อากาศที่ร้อนชื้น ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อร่างกายขับเหงื่อออกมา ผิวหนังจะมีความชื้น และพอมาเจอกับแสงแดดที่ร้อนจัด ฝุ่นละออง ก็จะเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก และเกิดการอุดตันและเป็นสิวในที่สุด 

  • ฝุ่น PM 2.5 

เชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในอากาศ อาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน จนเป็นเหตุทำให้เกิดสิวผดบนใบหน้าได้

  • การแพ้และระคายเคืองของผิวหนัง 

เกิดจากการแพ้เครื่องสำอางค์ หรือ Skin care ที่สัมผัสกับผิว เช่น โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ เซรั่ม ที่มีส่วนผสมของสารกันเสียและน้ำหอมที่มีค่า Ph ไม่เหมาะสม 

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน 

การล้างหน้าบ่อยๆ หรือ ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เป็นสาเหตุที่ทำให้สิวเสียสมดุล ต่อมไขมันทำงานหนักมากขึ้น เพราะผิวมีความแห้งกร้านและเกิด สิวผด ในที่สุด การใส่แมสก์ การที่ใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสกับใบหน้า รวมถึงความเครียด และพักผ่อนไม่เพียงพอก็เป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดเหมือนกัน


วิธีรักษาสิวผด ให้หน้ากลับมาเนียนใส

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่า สิวผด ไม่ใช่ สิว แต่เป็นปัญหาผิวหนัง ที่เกิดจากแสงแดด และ UVA วิธีป้องกันสิวผดจึงต่างจากสิวอุดตัน หรือสิวอักเสบชนิดอื่นๆ แต่หากรักษาไม่ถูกวิธีอาจทิ้ง รอยสิว ไว้ได้

การรักษาสิวผด

วิธีรักษาสิวผดแบบธรรมชาติ 

วิธีนี้เป็นวิธีป้องกันสิวผดเบื้องต้น และเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือก เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ถือว่าเป็นวิธีที่ท้าทายพอสมควร เพราะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ เพื่อให้สิวผดลดลง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด

เพราะแสงแดด และรังสี UVA เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวผด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้แนะนำให้พกร่ม และใส่หมวก เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด หมั่นทาครีมกันแดดที่มีค่า spf อย่างน้อย 50 PA+++เป็นประจำทุกวันก่อนออกจากบ้าน

  • ล้างหน้าให้ถูกวิธี

ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการขัด ถู นวดหน้าแรงๆ แนะนำให้งดใช้คลีนซิ่ง และโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยควบคุมความมันบนผิวหนังไปก่อน เพราะตอนนี้ผิวของคุณกำลังขาดความชุ่มชื้น 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ นวด ขัดบริเวณใบหน้า

ถือเป็นการรบกวนผิวบริเวณที่เกิดสิวผดจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้ไปกระตุ้นให้เกิดสิวผดมากกว่าเดิม ที่สำคัญมือ ถือเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคและสิ่งสกปรก เมื่อสัมผัสกับใบหน้าแล้วอาจจะทำให้สิ่งสกปรกเข้าสู่ผิวหนัง จากตอนแรกที่เป็นเพียงสิวผดอาจจะกลายเป็นสิวอักเสบได้ 

  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ 

ควรรับประทานผัก และผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อเสริมแร่ธาตุ และควรเสริมแร่ธาตุอย่างสังกะสี  (Zinc)เพื่อช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย 

  • พักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด 

ความเครียดเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เพราะต่อมไขมันทำงานหนัก ดังนั้นควรทำจิตใจให้สดใส ผ่อนคลาย ไม่เครียดจนเกิดไป และควรพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง และ ไม่นอนดึก

  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง 

เช่น Retinoic Acid , ฺBenzoyl peroxide AHA , BHA เป็นต้น 

  • โฟมล้างหน้าลดสิวผด เลือกใช้โฟมล้างให้ถูกกับผิวหนังของคุณ

นอกจากวิธีล้างหน้าถูกต้องแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือโฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิว จะช่วยทำให้ผิวแข็งแรง และช่วยลดการเกิดสิวผดได้ โฟมล้างหน้าที่เลือกใช้ควรเลือกโฟมล้างหน้าที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงและไม่ทำให้ Skin Barrier ลดลง โฟมที่มี PCA , Hyaluronic acid , Hydrolyzed Protein Extracts ที่จะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น

ไม่ควรใช้โฟมที่มีส่วนผสมของสารกันเสีย พาราเบน พาราฟิน สี น้ำหอม ซิลิโคน และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ที่สำคัญโฟมล้างหน้า หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดล้างหน้าที่เลือกใช้ควรได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ แล้วว่าไม่มีสารที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ 

  • ยารักษาสิวผด ครีมลดสิวผด ช่วยให้หน้ากลับมาเรียบเนียนสม่ำเสมอ 

คนส่วนใหญ่มักจะเลือก ยาทาสิวผด หรือ ครีมรักษาสิวผด เป็นตัวเป็นตัวเลือกแรกๆเมื่อเกิดสิวผด เพราะเป็นวิธีที่ง่าย และยาทามีความเสี่ยงน้อยกว่ายาทาน ยารักษาสิวผดส่วนใหญ่ มักมีสารช่วยบรรเทาอาการของผดที่เห่อขึ้นมาเต็มบนใบหน้า หรือสารที่ช่วยไปยับยั้งเชื้อยีสต์ P.ovale ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผด ได้แก่ 

  • ยาที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole 

เป็นยารักษาเชื้อรา ที่สามารถต้านเชื้อราได้หลายชนิด สามารถต้านเชื้อรา P.ovale ที่ก่อให้เกิดสิวผดได้ ออกฤทธิ์โดยการไปยับยั้งการสังเคราะห์อาหารในเชื้อรา และลดการลำเลียงสารอาหารที่ผนังเซลล์ของเชื้อรา จึงทำให้เชื้อราขาดสารอาหารและหยุดการเจริญเติบโตในที่สุด การใช้ยาประเภทนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น 

  • ยาที่มีส่วนผสมของ Adapalene

ยาอะดาพาลีน เป็นยาในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรตินอยด์  (Retinoids) ประเภทของยาอะดาพาลีนที่ใช้รักษาสิวผดคือ “Differin” โดยทาก่อนนอน เพื่อให้สิวผดมีหัวสิวผุดออกมาแล้ว แล้วค่อยกำจัดออกภายหลัง 

  • ยาที่มีส่วนผสมของ  Zinc PCA

สำหรับคนที่เป็นสิวผดจากการแพ้เครื่องสำอางค์ โดย Zinc PCA สามารถช่วยควบคุมความมัน (sebum) ส่วนเกินบนผิวที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดสิว และช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบของสิวได้ด้วย

  • ยาที่มีส่วนผสมของกลุ่มอนุพันธุ์วิตามิน เอ  

สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันของรูขุมขนใช้ได้ทั้งกับสิวผด และสิวอุดตัน เนื่องจากมีส่วนผสมของวิตามิน เอ มีความเข้นข้นที่หลากหลาย แต่อาจจะมีผลข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็น ผิวบาง หน้าแห้ง ลอกเป็นขุย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ยา 

  • เวชสำอางค์ที่มีส่วนผสมของ Licochalcone A 

Licochalcone A มีคุณสมบัติ Anti – oxidant และ Anti – inflammatory ที่จะช่วยยับยั้งการทำร้ายเซลล์ผิวจากรังสี UV และช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคืองและแดงจากแสงแดด ช่วยลดปัญหาผิวระคายเคืองไวต่อแสงแดด 

  • ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับคนที่ต้องการรักษาสิวผดให้หายอย่างถูกวิธี ไม่ทิ้งรอยไว้ และไม่มั่นใจว่าสิวผดที่เกิดขึ้นบนใบหน้า มาจากสาเหตุอะไร ควรใช้วิธีไหนในการรักษา ควรใช้ยาตัวไหน แนะนำให้คุณไปพบแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ เพื่อปรึกษาหาสาเหตุการเกิดสิวผด และใช้วิธีรักษาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพสิวของแต่ละคนมากที่สุด 

สำหรับคนต้องการรักษาสิวผดให้ถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดทำให้การออกจากบ้านเป็นที่เรื่องยากลำบาก ไม่ต้องกังวลไป เพราะเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชั่นดีๆอย่าง SkinX ที่จะใช้แก้ปัญหาสิวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สิวผด สิวอักเสบ และสิวอุดตัน สามารถให้คำปรึกษาได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนของคุณ โดยแอปพลิเคชั่น SkinX ได้รวบรวมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง จากสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศกว่า 210 คน มาให้คำปรึกษากับคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถปรึกษาได้ เพียงสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเท่านั้น

สิวผดเป็นสิวที่ขึ้นได้ง่าย หายเร็ว และมักขึ้นมาบ่อยๆ จึงทำให้คนที่เป็นสิวผดเกิดความรำคาญ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อการรักษาอย่างถูกวิธี และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก


 อ่านต่อได้ในบทความ : วิธีการรักษาสิว ดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี



บริเวณที่มักเกิดสิวผด มีที่ไหนบ้าง

สาเหตุของ สิวผด
  • สิวผดที่หน้าผาก

สำหรับคนที่เป็น สิวผดที่หน้าผาก สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากการที่บริเวณหน้าผากโดนแสงแดด รังสี UVA สิ่งสกปรก เชื้อโรคต่างๆอาจจะมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การไว้ผมหน้าม้า การแพ้แชมพูหรือครีมนวดผม การไม่สระผม การใส่หมวก หรือพฤติกรรมบางอย่างที่เราเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว เช่น การใช้มือสัมผัสบริเวณบนหน้าผาก เมื่ออากาศร้อนทำให้เหงื่อออก เผลอใช้มือเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก เมื่อเหงื่อกับสิ่งสกปรกผสมกันก็ทำให้เกิดสิวขึ้นบริเวณหน้าผาก หรือ สิวผดที่หน้าผากได้ 

สำหรับคนที่อยู่ๆสิวผดขึ้นที่หน้าผาก อาจจะลองสังเกตว่าได้เปลี่ยนแชมพู ครีมนวด หรือโฟมล้างหน้าหรือไม่ เพราะบางที่อาจจะเกิดจากการแพ้แชมพู หรือครีมนวดผมก็ได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการไว้ผมหน้าม้าไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก 

  • สิวผดที่แก้ม 

สิวที่แก้ม หรือ สิวผดที่แก้ม เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยปกติแล้วสิวผดมักเกิดจากการโดนแสงแดด โดยเฉพาะแสง UVA ซึ่งบริเวณแก้มมักเกิดตอนช่วงกลางวัน หรือตอนเที่ยงไปจนถึงบ่ายแก่ๆ ที่มีอากาศร้อนสูง ทำให้เกิดสิวผดเห่อขึ้นมาบริเวณแก้ม นอกจากแสงแดดแล้ว สารเคมีจากเครื่องสำอางค์ที่ใช้ในทุกๆวัน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวผดเช่นกัน 

แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ อย่างน้อย หรือพกร่มที่สามารถกันรังสี UV ได้ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดที่แก้ม 

  • สิวผดที่คาง

สิวผดขึ้นบริเวณคาง มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สิ่งสกปรก และความมันจากใบหน้าเพราะบริเวณคางมีการหลั่งซีบัม (Sebum) ออกมาจากรูขุมขน เมื่อความมันส่วนเกินกับสิ่งสกปรกผสมเข้าด้วยกันก็ทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งทำให้เกิดสิวผดได้ และด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องสวมแมสก์ที่มีความอับชื้นตลอดเวลา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สิวผดขึ้นบริเวณคางได้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวผด

ไขข้อสงสัย ปัญหาสิวผด รวมปัญหาสิวผดที่พบได้บ่อย

สิวผด กี่วันหาย

โดยปกติแล้วสิวผดเป็นสิวที่เกิดได้ง่าย ยิ่งประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น แดดแรงตลอดเกือบทั้งปี ยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดได้ง่าย แต่ในทางกลับกันสิวผดถือว่าหายได้เร็ว วิธีการรักษาไม่ได้ยาก สามารถหายได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง และสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันว่าเป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดหรือไม่ ถ้าใช่ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านั้น เช่น ไม่ทาครีมกันแดด ตากแดดเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น 

 

สำหรับใครที่ลองทุกวิธีที่ได้แนะนำไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดสิวผด และใช้วิธีรักษาได้ตรงจุดมากที่สุด


วิธีรักษาสิวผดเร่งด่วน วิธีไหนดีที่สุด

วิธีรักษาสิวผดแบบเร่งด่วน สำหรับคนที่ต้องการรักษาสิวผดให้ถูกวิธีแบบเร่งด่วน แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดสิวผด และรักษาได้ตรงจุดที่สุด และคนที่ไม่สะดวกเดินทางไปพบแพทย์ ด้วยเวลาอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ในแต่ละวัน แค่เลิกงานก็หมดวันแล้ว 

 

แนะนำแอพพลิเคชั่น SkinX ที่รวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง กว่า 210 ท่าน จากสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ มาไว้ในที่แอพเดียว ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ ก็สามารถปรึกษาเพื่อทำการรักษาสิวได้ นอกจากจะสะดวกแล้ว ยังสามารถรู้อัตราค่าบริการ ค่ารักษา ก่อนที่จะตัดสินใจรักษาอีกด้วย


 แหล่งข้อมูลอ้างอิงบางส่วนจาก 

Goh, C., Cheng, C., Agak, G., Zaenglein, A.L., Graber, E.M., Thiboutot, D.M., & Kim, J. (n.d.). Acneiform Disorders. Fitzpatrick’s Dermatology 9 TH Edition (1391-1404). McGraw-Hill Education. 

สุรศักดิ์ วิชัยโย (2558). What is acne aestivalis?. facelabs. 

https://facelabs.co.th/what-is-acne-aestivalis/

Akhavan A. (n.d.). How Sunlight Affect Acne. Dermatology And Laser Group. https://dermatologyandlasergroup.com/how-sunlight-affects-acne/

Plewin, G., & Jansen, T., (1998). Dematology. University of Munich.

https://core.ac.uk/download/pdf/216445632.pdf

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ใช้งานครั้งแรกปรึกษาฟรี
Tips & Tricks
สาระน่ารู้และข่าวประชาสัมพันธ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า