SkinX

GET-On the App Store

SkinX Team

26 กรกฎาคม 2567

สิวหัวหนอง ปัญหาผิวที่ไม่ใช่เรื่องสิว ๆ จะรักษาอย่างไรดี

สิวหัวหนอง

ปัญหาสิว ถือเป็นสาเหตุที่ทำลายความมั่นใจและสร้างความรำคาญให้ใครหลาย ๆ คน แต่สิวที่สร้างความรำคาญมากเป็นอันดับต้น ๆ คงหนีไม่พ้นสิวหัวหนอง นอกจากจะรู้สึกเจ็บเวลาเผลอไปสัมผัส และสิวหัวหนองยังไม่สามารถใช้เครื่องสำอางเพื่อกลบรอยสิวได้ หากบีบสิวหัวหนองไม่ถูกวิธี ก็จะทิ้งรอยเอาไว้ ทำให้นอกจากจะต้องรักษาสิวแล้ว ยังต้องรักษารอยสิวอีกด้วย

 

ในบทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับสิวหัวหนอง ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเจอและสร้างความรำคาญใจให้กับหลายๆคน ว่าแท้จริงนั้นสิวหัวหนองเกิดจากอะไร? บริเวณที่มักเกิดสิวหัวหนอง พร้อมทั้งวิธีป้องกัน รักษาสิวหัวหนองให้หาย โดยไม่ให้ทิ้งรอยดำเอาไว้ 

 

Key Takeaway 

  • สิวหัวหนอง คือ สิวที่มีการอักเสบที่ชั้นผิว พร้อมกับหนองที่ขังอยู่ใต้ผิว อาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับระดับการอักเสบติดเชื้อ
  • สิวหัวหนองสามารถก่อให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นหลังรักษาได้ ดังนั้นควรรักษาสิวหัวหนองอย่างถูกวิธี และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน
  • สิวหัวหนองสามารถเกิดขึ้นได้หลายบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่มีต่อมไขมันและมีโอกาสสะสมสิ่งสกปรกไว้มาก
  • การรักษาสิวหัวหนองสามารถทำได้โดยการใช้ยาทาสิว, ยาชนิดรับประทาน, ใช้แผ่นดูดสิว หรืออาจรักษาด้วยการใช้แสงและเลเซอร์
สารบัญบทความ

สิวหัวหนอง สิวอักเสบหัวหนอง คืออะไร?

สิวหัวหนอง (Pustules) คือ หนึ่งในประเภทของสิวอักเสบที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดง ๆ บริเวณฐาน และมีจุดสีขาวเหลืองอยู่บริเวณหัวหรือด้านบนของสิว ซึ่งจุดสีขาวเหลืองคือ หนองที่เกิดภายใต้ผิวหนัง เมื่อสัมผัสกับสิวอักเสบหัวหนองจะรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย ซึ่งมีทั้งขนาดสิวหัวหนองเม็ดเล็ก ๆ และสิวหัวหนองเม็ดใหญ่ บางคนอาจจะมีสิวหัวหนองขึ้นเต็มหน้าหรือมีเพียงไม่กี่เม็ด โดยปกติแล้วสิวหัวหนองไม่เป็นอันตราย แต่อาจจะมีอาการอักเสบ, บวมแดง, เจ็บ และคันร่วมด้วย

 

การรักษาสิวหัวหนองไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเป็นสิวอักเสบที่ระดับตื้น ๆ บริเวณชั้นผิวหนัง แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจจะมีการอักเสบเพิ่มขึ้น เกิดการลุกลาม และทำให้การรักษายากขึ้นไปอีก

หาคำตอบ สิวหัวหนอง เกิดจากอะไร?

สิวหัวหนองปัญหา

สาเหตุของการเกิดสิวหัวหนอง หรือ Pustule สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลัก ๆ ด้วยกันโดยสาเหตุแรกคือ สิวหัวหนองเกิดจากอุดตันของรูขุมขนที่เต็มไปด้วยน้ำมัน เชื้อแบคทีเรีย และเซลล์ผิวที่ตาย และสาเหตุที่สองของการเกิดสิวหัวหนอง เกิดจากสิวอุดตันที่ถูกรบกวนจากการบีบ แกะ แคะ ทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกเข้าไปในชั้นผิวหนัง และเกิดการติดเชื้อ อักเสบ จนกลายเป็นสิวหัวหนองในที่สุด

 

ทำความรู้จักสภาพผิวแพ้ง่าย มีส่วนทำให้เกิดสิวได้อย่างไร อ่านต่อได้ที่ : รู้จักผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง ดูแลผิวอย่างไรถึงเห็นผล

 

หนองคืออะไร ?

หนอง (Pus) เป็นของเหลวสีขาวเหลืองที่สามารถพบได้ตามสิวหรือแผลติดเชื้อ หนองเป็นผลมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย นอกจากนี้ หนองยังประกอบไปด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายแล้ว เนื้อเยื่อที่ตาย และแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ

 

ที่สำคัญผู้ที่เป็นสิวหัวหนองไม่ควรบีบหรือกดสิวด้วยตัวเอง เพราะอาจจะทำให้เกิดการอักเสบ และลุกลามเพิ่มขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งหากมีสิวหัวหนองสุกที่เกิดการอักเสบรุนแรง หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่เหมาะสม

บริเวณที่มักเกิด สิวหัวหนอง มักพบที่ใดบ้าง?

สิวหัวหนองสามารถเกิดได้ทุกที่ตามร่างกาย บริเวณที่มักเกิดส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขน ผสมกับสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียจนทำให้เกิดเป็นสิวหัวหนองในที่สุด

สิวหัวหนองบริเวณที่มักเกิด

สิวหัวหนองที่ใบหน้า

สิวหัวหนองบริเวณบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก, จมูก, รอบปาก, คาง และแก้ม สาเหตุที่ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดสิวหัวหนอง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีต่อมผลิตไขมัน (Sebum) อยู่เป็นจำนวนมาก และยังเป็นบริเวณที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นมือที่สัมผัสใบหน้าโดยไม่ตั้งใจ หรือการสวมใส่มาสก์ ซึ่งอาจทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองจนเกิดสิว (Acne Mechanica) ได้

เมื่อต่อมไขมันบริเวณใบหน้า ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขน เมื่อเกิดการอุดตันและเจอกับสิ่งสกปรกที่สะสมบริเวณชั้นผิวหนังจะทำให้เกิดสิวอักเสบหรือสิวหัวหนองได้ในที่สุด

สิวหัวหนองที่หน้าอก

สิวที่หน้าอก เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เมื่อต่อมไขมัน (Sebum) ผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากเกินความจำเป็น เมื่อน้ำมันส่วนเกินผสมเข้ากับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว อาจทำให้เกิดการติดเชื้อของแบคทีเรีย Cutibacterium acne (ชื่อเก่าคือ Propionibacterium acne) ที่เป็นสาเหตุของทำให้เกิดสิวบริเวณหน้าอก

สิวหัวหนองที่หลัง

สาเหตุการเกิดสิวที่หลัง นอกจากการอุดตันรูขุมขน ความมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน เช่น ฝุ่นละออง เชื้อโรค และเหงื่อไคล ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวบริเวณหลังได้


หลังเป็นบริเวณที่ผิวมันเพราะมีต่อมไขมันเป็นจำนวนมาก ทำให้เชื้อ C. acne เติบโตได้ดี และเกิดเป็นสิวอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้ สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน

สิวหัวหนองตามไรผม

โดยส่วนใหญ่แล้วสิวที่ขึ้นตามไรผม อาจจะเกิดจากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Comedogenic) ทำให้เกิดการอุดตันและการอักเสบของผิวหนังจนกลายเป็นสาเหตุของการเกิดสิวตามไรผม นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตัน เครื่องประดับบางอย่าง เช่น หมวก และที่คาดผม ทำให้เกิดการเสียดสี รวมถึงแรงกดทับระหว่างผิวหนังจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็สามารถทำให้เกิดสิวบริเวณไรผมได้เช่นกัน มักพบบ่อยในนักกีฬา

แนะนำให้ทำความสะอาดหมวก ที่คาดผม และอุปกรณ์กีฬาอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกตกค้าง จนเป็นสาเหตุของการเกิดสิวหัวหนองตามไรผม

สิวหัวหนองรักษายังไง ให้หายขาด!

วิธีรักษาสิวหัวหนองมีกี่วิธี? ส่วนใหญ่การรักษามักจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการอักเสบสิว และปริมาณของสิวหัวหนอง ซึ่งวิธีการรักษาสิวหัวหนองมีดังนี้

วิธีรักษาสิวหัวหนอง

รักษาสิวหัวหนอง ด้วยยาทาภายนอก

สิวอักเสบหัวหนองใช้อะไรดี? ยาทาภายนอกสำหรับรักษาสิวหัวหนอง ส่วนใหญ่มักมีสารที่ช่วยลดอาการอักเสบที่เป็นต้นเหตุหลักของการเกิดสิวหัวหนองได้ และสารบางตัวที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นต้นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ ยาทาภายนอกสำหรับรักษาสิวหัวหนองมีดังนี้

 

  • Benzoyl Peroxide

เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ มีคุณสมบัติในการเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิว และทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบ โดยปกติแล้วอัตราความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์จะอยู่ที่ 2.5% จนถึง 10% ซึ่งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความรุนแรง และอาการอักเสบของสิวที่ขึ้นอยู่ในขณะนั้น

 

Benzoyl Peroxide หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดการระคายเคือง รอยแดง และอาการหน้าแห้งลอกเป็นขุย และสำหรับคนที่ใช้ยาในกลุ่มยา Retinoic Acid หรือ ครีมที่มีส่วนผสมของ Retinol อยู่ก่อนแล้ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้พร้อมกัน เช่น หากคุณใช้ยาเรตินอลตอนกลางคืน ให้ใช้ Benzoyl Peroxide ในตอนกลางวันแทน

 

  • Tretinoin แบบทา

ผลิตภัณฑ์ยาทาภายนอกมักมาในรูปแบบเจลและครีม สามารถใช้รักษาได้ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ มีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบ และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนเพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว โดยปกติ Tretinoin ทุกตัวทำให้เกิดการระคายเคืองและผิวบางลง ยา Retinoids ประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อถูกแสงแดด แนะนำให้ใช้ยา Tretinoin ในช่วงก่อนนอน

 

  • Sulfur

ซัลเฟอร์ หรือ กำมะถัน มักจะถูกผสมไปกับสารตัวอื่น ๆ ที่ใช้รักษาสิว ซัลเฟอร์มีคุณสมบัติในการดูดซับความมันและสิ่งสกปรก สามารถยับยั้งการก่อตัวของกรดไขมันอิสระ จึงนิยมนำมาใช้รักษาสิวอักเสบ เพราะช่วยดูดซับไขมันและสิ่งสกปรกที่อาศัยอยู่ในรูขุมขนได้

 

คำแนะนำ ไม่ควรใช้ในขณะที่ผิวหนังมีอาการไหม้จากแสงแดด หรือผิวแห้งลอก ซัลเฟอร์มีผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรง หากใช้ยาแล้วมีอาการระคายเคืองรุนแรง ควรไปพบแพทย์โดยด่วน

 

  • Topical Antibiotics

Topical Antibiotics เป็นยาปฏิชีวนะชนิดทาที่แพทย์ส่วนใหญ่มักใช้ในการรักษาสิวและนิยมใช้ร่วมกับ Benzoyl Peroxide เพื่อลดอาการดื้อยาลง เนื่องจากการใช้ยาปฏิชีวนะตัวเดียวสามารถทำให้เกิดอาการดื้อยาได้เมื่อใช้ยาไปสักระยะหนึ่ง ในการรักษาสิวจึงนิยมใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยาชนิดอื่น

ใช้ยาชนิดรับประทาน

โดยส่วนใหญ่ หากรักษาสิวโดยแพทย์ผิวหนังมักจะมีการจ่ายยาชนิดรับประทานให้ทานร่วมกับการใช้ยาทาภายนอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น โดยยาที่ใช้รับประทานรักษาสิวหัวหนองจะเป็น อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดสิว

แผ่นดูดสิว

แผ่นดูดสิวกลายเป็นตัวช่วยในการรักษาสิวที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากจะใช้งานง่ายสะดวก แล้วยังช่วยกลบสิวช่วยให้แต่งหน้าได้ง่ายขึ้นด้วย

 

ประโยชน์ของแผ่นดูดสิว นอกจากจะช่วยดูดซับของเหลวหรือหนอง ออกมาจากสิวทำให้สิวแห้งได้ง่ายขึ้น ยังช่วยลดอาการอักเสบ ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันไม่ให้มือไปสัมผัสกับผิวโดยตรง ช่วยลดการติดเชื้อจากสิ่งสกปรกได้ดี แผ่นดูดสิวสามารถใช้รักษาได้เพียงผิวหนังบริเวณชั้นบนเท่านั้น ซึ่งเหมาะกับการใช้รักษาสิวหัวหนอง ที่เป็นอาการอักเสบตื้น ๆ บนชั้นผิวหนัง

 

สามารถเลือกใช้แผ่นดูดสิวได้ตามความรุนแรงของอาการ โดยมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ แผ่นดูดสิวชนิดมียารักษาในตัว (Medicated), แผ่นดูดสิวชนิดไม่มียารักษาในตัว (Non-Medicated) และแผ่นดูดสิวชนิดหัวเข็มละลายหัวสิว (Microneedle)

การรักษาสิวหัวหนองด้วยแสงและเลเซอร์ (Phototherapy and Lasers)

การรักษาสิวด้วยแสงและเลเซอร์เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ที่มีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ และกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ใช้เวลารักษาน้อย และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา การรักษาด้วยเลเซอร์สามารถฆ่าเชื้อ C. acne และลดการอักเสบของสิวได้ นอกจากนี้ เลเซอร์ยังสามารถรักษารอยหลุมสิว รอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิวได้ เลเซอร์ที่ใช้รักษาสิวในปัจจุบัน มีดังนี้

  • Pulsed dye laser 595 nm (vBeam)
  • Copper – Bromide laser 578 nm (Dual Yellow)
  • Diode laser 1450 nm
  • Long-pulse Nd:YAG laser 1064 nm
  • Er:Glass laser 1550 nm

 

ทั้งนี้ แสงและเลเซอร์แต่ละประเภท มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ในการรักษาที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกประเภทของเลเซอร์ในการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เพราะสิวหัวหนองมีลักษณะหัวสีขาวด้านบน ทำให้หลายคน เมื่อเห็นแล้วรู้สึกอยากบีบ, จับ, แคะ หรือแกะ แต่สิวหัวหนองไม่ควรบีบหรือกดสิวด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบ และอาจทำให้เกิดการลุกลามไปมากกว่าเดิม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อหาวิธีรักษาที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

สำหรับคนที่ไม่สะดวกในการเดินทางออกไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาสิว สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังผ่านแอป SkinX ที่รวบรวมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังกว่า 210 คน สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง IOS และ Android เพียงแค่นี้ ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็สามารถปรึกษาได้ เพียงคลิกเดียว ที่สำคัญปรึกษาก่อน จ่ายทีหลัง สามารถรู้ค่าใช้จ่ายได้ก่อนเริ่มหาหมอ


อ่านต่อได้ในบทความ : วิธีการรักษาสิว ดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวหัวหนอง

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวหัวหนอง

รักษาความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี

ขั้นตอนแรกของการทำความสะอาดคือ การใช้คลีนเซอร์สำหรับเช็ดเครื่องสำอาง ควรใช้สำลีเช็ดเครื่องสำอางให้หมดจนไม่เหลือคราบ ใช้โฟมล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดสำหรับคนที่เป็นสิวโดยเฉพาะ ควรทำความสะอาดผิวหน้าทุกวัน แม้จะไม่ได้แต่งหน้า เพราะบนใบหน้ายังมีคราบไขมันและฝุ่นละอองที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอยู่ด้วย

ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการระบุบนฉลากว่า ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกิดไปจนหน้าลอกเป็นขุย เพื่อให้ผิวยังคงสมดุลและแข็งแรง

หลีกเลี่ยงการบีบ กดสิวหัวหนองด้วยตัวเอง

ไม่ควรบีบและกดสิวหัวหนองด้วยตัวเองเพราะจะทำให้สิวอักเสบและลุกลามมากกว่าเดิม ที่สำคัญเมื่อหายแล้วยังมีโอกาสที่จะทิ้งรอยสิวได้ เพราะฉะนั้นไม่แนะนำให้กดและบีบสิวด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

คำถามที่พบบ่อยในสิวหัวหนอง

สิวหัวหนองปัญหากวนใจ

สิวหัวหนอง หายเองได้ไหม?

สิวหัวหนอง ไม่สามารถหายได้เองโดยธรรมชาติ การปล่อยให้สิวหัวหนองหายไปเอง อาจจะมีเชื้อหลงเหลืออยู่ และมีโอกาสทำให้เกิดสิวอักเสบซ้ำ สำหรับสิวหัวหนองแนะนำปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อรักษาอย่างถูกวิธี เพราะการปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสเกิดซ้ำ และเกิดการอักเสบรุนแรงมากกว่าเดิม

สิวหัวหนองควรบีบไหม?

คำถามที่พบบ่อยอย่างสิวหัวหนองบีบได้ไหม จริง ๆ แล้ว สิวหัวหนอง “ไม่ควรบีบ” ด้วยตัวเอง การบีบสิวหัวหนองด้วยตัวเองถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงมากกว่าเดิม และอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียลุกลามไปยังจุดอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดสิวหัวหนองขึ้นเพิ่มด้วย แนะนำให้รักษาตามวิธีที่แนะนำไปข้างต้น เพื่อการรักษาสิวหัวหนองอย่างถูกต้อง และลดโอกาสของการเกิดรอยสิวจากการบีบ แกะ แคะ อีกด้วย

สิวหัวหนอง เป็นแล้วรีบรักษา มีโอกาสหายไม่ทิ้งรอยได้สูง

สาเหตุการเกิดสิวหัวหนอง คือ การอุดตันของรูขุมขนที่เต็มไปด้วยน้ำมัน เชื้อแบคทีเรีย เซลล์ผิวที่ตาย และ สิวหัวหนองที่เกิดจากสิวอุดตันที่ถูกรบกวนจากการบีบ แกะ แคะ ทำให้เชื้อแบคทีเรีย สิ่งสกปรกเข้าไปในชั้นผิวหนัง จนเกิดการอักเสบติดเชื้อ กลายเป็นสิวหัวหนองในที่สุด ทั้งนี้สิวหัวหนองไม่ควรบีบด้วยตนเอง เพราะอาจจะทำให้หนองแตก และแพร่กระจายทำให้เกิดสิวอักเสบบริเวณใกล้เคียงได้ วิธีรักษาสิวหัวหนองที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และเลือกวิธีรักษาที่ดีที่สุด

 

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปพบแพทย์ด้วยตนเอง สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SkinX เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลถึงคลินิกหรือโรงพยาบาล ไม่ว่าตัวคุณอยู่ไหนก็สามารถปรึกษาได้ทันที เพราะผิวดี ไม่จำเป็นต้องรอ! บทความนี้ได้รับการตรวจความถูกต้องของเนื้อหาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังแล้ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก

Goh, C., Cheng, C., Agak, G., Zaenglein, A.L., Graber, E.M., Thiboutot, D.M., & Kim, J. (n.d.). Acneiform Disorders. Fitzpatrick’s Dermatology 9 TH Edition (1391-1404). McGraw-Hill Education.

 

Fletcher, J. (2019, May 31). What to know about pustules. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/325342

 

Smith, M. (2020, Aug 24). Pustules. WebMD.

https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/guide/pustules-facts

 

Kahn, A. (2019, July 31). What Causes Pustules?. Healthline.

https://www.healthline.com/health/pustules#_noHeaderPrefixedContent

 

Luke, M. (n.d.) Retin-A (tretinoin). Ortho Dermatological.

https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2002/16921s21s22s25lbl.pdf

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ใช้งานครั้งแรกปรึกษาฟรี
Tips & Tricks
สาระน่ารู้และข่าวประชาสัมพันธ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ สามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า